27 ธันวาคม 2551
เรื่องที่ต้องทำ - เรื่องที่อยากทำ
ตอนใหม่ดูเหนื่อยๆนะคุณ
I'm a Dorky girl. says:
ใครเหนื่อย
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
เเกอะ
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
คนเขียนเหนื่อย
I'm a Dorky girl. says:
ฮ่าๆ
I'm a Dorky girl. says:
มันสั้นไปเหรอ
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
ป่าวๆ มันไม่รู้พูดไง มันเเค่รู้สึกต่างจากตอนอื่น มันเหมือนไม่ใช่ตอนที่หกอะ มันเหมือนเป็นตอน ที่ห้าจุดหนึ่ง
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
เเต่มันเป็นการซ้อมที่สงบ
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
ฮาๆ
I'm a Dorky girl. says:
ประสบการณ์การเข้าห้องซ้อมน้อย
I'm a Dorky girl. says:
ฮ่า
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
อ่านะ
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
ออกไปเที่ยวไหนปีใหม่
I'm a Dorky girl. says:
ไม่รู้ดิ
I'm a Dorky girl. says:
หัวหินมั้ง
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
จิงดิ
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
ไปหัวหินเลยเหรอ
I'm a Dorky girl. says:
ฮ่าๆ
I'm a Dorky girl. says:
ไปกะอา
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
มารับด้วยดิ
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
ออ
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
ไปเฮอะ
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
55
I'm a Dorky girl. says:
ไม
I'm a Dorky girl. says:
ไม่มีที่ไปเหรอ
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
ไม่ๆ ยังไม่มีที่ที่เเน่นอน
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
เเต่ถ้าไม่ไปไหนคงนอนอะ
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
นอนข้ามปี
I'm a Dorky girl. says:
วอท อะเบ้าท์ โฮม
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
รอไปเยือนหลังรับปริญญา
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
ช่วงนี้ไม่อยากเดินทางหรอก คนเยอะๆไม่ชอบ
I'm a Dorky girl. says:
รับปริญญาเมื่อไหร่
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
29
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
เดือนหน้า
I'm a Dorky girl. says:
ตื่นเต้นมะ
I'm a Dorky girl. says:
ฮ่าๆ
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
ได้โฉบมากทมมาป่าวช่วงนั่น ว่างๆมาถ่ายรูปกันสิ
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
เฉยๆนะ
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
เป็นอารมที่ว่า จบๆสักที
I'm a Dorky girl. says:
ฮ่าๆ
I'm a Dorky girl. says:
วันนี้นั่งดูรูปเพื่อน
I'm a Dorky girl. says:
คิดถึงว่ะ
I'm a Dorky girl. says:
ขนาดพึ่งจะกลับมา
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
ออ
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
อืม
I'm a Dorky girl. says:
ไม่รู้ทำไม มันรู้สึกกว่าเมื่อก่อน
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
เอาอะไรวัดว่เท่าาไม่
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
เอาอะไรวัดว่าไม่เท่า
I'm a Dorky girl. says:
หรือเพราะว่าเรารู้ว่าคงจะยากที่จะได้เจอกันอีก
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
ไม่ยากหรอก อาจเป็นเพราะว่า ลองคิดดู ่วงวัยเรียนเราอยู่กับเพื่อนว่าหลายปีมากเลยนะ
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
เเล้วยิ่งมหาลัยบางคนอยู่กินกันเป็นเเบบเพื่อนกลุ่มๆเต็มบ้าน อะ
I'm a Dorky girl. says:
อืมม
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
ไม่รู้ดิ เราไม่เหมือนกันนะ เรา ไม่มีอารมที่ คิดถึงสุดอะ สงสัยจะชิน เรียนรามอะมันต่าง
I'm a Dorky girl. says:
เค้าเจอหน้ามันทุกวัน
I'm a Dorky girl. says:
กินข้าวกันเกือบทุกมื้อ
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
มันนี่คือเพื่อนเหรอ
I'm a Dorky girl. says:
อารมณ์แบบ สนุกแบบนั้นไม่มีอีกแล้ว
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
หรือใครพิเศษ
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
ออ
I'm a Dorky girl. says:
ฮ่าๆ
I'm a Dorky girl. says:
เพื่อนๆ
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
อืมๆ
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
ก็คงจะเข้าวงจรการทำงาน จะหัวเราะเเฮะๆอีกทีก็เทศกาลที่เจอกัน
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
เเต่งงาน บวช ปวดเข้าโรงบาล หลานคลอด
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
55
I'm a Dorky girl. says:
ฮ่าๆ
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
เเต่ตอนนี้ทำงานเรายังไม่รู้สึกว่าต่างจากไปเรียนเลยนะ
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
เพราะเรารู้สึกว่าเราเติบโตมาโดยที่มีเพื่อนสนิทเป็นกลุ่มเพื่อนเกามากกว่าใหม่
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
อย่างไปทำงานก็เปนอีกฟิลนึง
I'm a Dorky girl. says:
อืมมมม
I'm a Dorky girl. says:
เข้าใจๆ
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
เเต่ทำมานานๆก็เริ่มรู้สึกละหละว่าเออ บางทีทำงานร่วมกันมันเหมือนขึ้นเรือลำเดียวกัน
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
เนี่ยตอนนี้จะย้ายงานถ้าได้ที่ใหม่
I'm a Dorky girl. says:
ไม
I'm a Dorky girl. says:
กลัวผีเหรอ
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
ก็เริ่มคิดถึงเหมือนเเกคิดถึงเพื่อน
I'm a Dorky girl. says:
ฮ่าๆ
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
ไม่ๆ
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
เหนื่อยไม่ได้หายใจ
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
เราอยู่กับที่นานๆไม่ได้
I'm a Dorky girl. says:
แล้วทำอไรที่ไม่ต้องอยู่กับที่
I'm a Dorky girl. says:
นั่งกับโต๊ะ
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
ถ้าไปที่ใหม่เราอาจจะได้ไปถ่ายเองด้วยไง
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
ไปทำรายการท่องเที่ยว
I'm a Dorky girl. says:
อืมมมม
I'm a Dorky girl. says:
เนวิเกเตอร์
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
ไปถ่ายเองเอามาตัดเอง
I'm a Dorky girl. says:
ฮ่าๆ
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
ป่าวๆ
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
วิวฟายเดอ
I'm a Dorky girl. says:
อ่อออ
I'm a Dorky girl. says:
เค้าอยากไปเป็นทีมงานเนวิเกเตอร์ว่ะ
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
ช่วงปีที่ทำเนี่ยเรื่องเงินไม่ต้องพูดเลย ชนเดือนนี่คือเทพ
I'm a Dorky girl. says:
ฮ่าๆ
I'm a Dorky girl. says:
ไม
I'm a Dorky girl. says:
ปาร์ตี้เหรอ
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
มีส่วน
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
อยากเก็บอะเเต่ใช้เก่งฉิบหาย
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
มันเมหือนเออเงินกรูกรูหาเอว
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
เอง
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
เห่อ
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
ฮาๆๆ
I'm a Dorky girl. says:
เหมือนพี่สาวเค้า
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
เเล้วเเกคิดดูสภาพเเวดล้อมที่นี่
I'm a Dorky girl. says:
ช่วงทำงานที่กรุงเทพ
I'm a Dorky girl. says:
โทรมายืมตังตลอด
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
ฮาๆๆ
I'm a Dorky girl. says:
แล้วแบบทำอยู่ cheeze
I'm a Dorky girl. says:
พวกนี้ปาร์ตี้เก่งโคตร
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
ฮาๆๆ ที่บ้านมีพี่ทำอยู่สองคน ที่ชีส
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
ปาร์ตี้ถี่จัด
I'm a Dorky girl. says:
เออ
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
สดๆเลยเมือ่วาน
I'm a Dorky girl. says:
ไม่ไหวว่ะ
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
มันไม่ต่างกันเลย
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
ปีหน้าต้องไปทำเเบบฝากประจำเเล้วอะดิเนี่ย
I'm a Dorky girl. says:
ฝากอะไรวะ
I'm a Dorky girl. says:
เงิน ?
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
สมุดบัญชีเเบบฝากประจำไง
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
เเบบเงินออกปุ๊บโอนไปทันที
I'm a Dorky girl. says:
ถามหน่อย
I'm a Dorky girl. says:
ปาร์ตี้บ่อยจัดรู้สึกอะไรบ้างมั้ย
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
เราไม่บ่อยนะ
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
เเต่ช่วงที่บ่อยเบือ่
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
เพลีย
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
เเต่พอหายก็อยากอีก
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
เหมือนเมาเเล้วเเฮง
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
พอเเฮง ก็บอกว่าไม่เอาละๆ
I'm a Dorky girl. says:
ฮ่าๆ
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
เเต่พอหายก็ จาอาวจาอาว
I'm a Dorky girl. says:
แสดงว่ายังไม่อิ่ม
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
เห้ย อยากินอย่างอื่นมากกว่าเล้ว
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
ฮาๆๆๆ
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
อยาก*
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
เเกเคยคิดมั้ยว่า โตขึ้นมาต้องเป็นเเบบนั่นเเน่เลย
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
ซักอย่าง
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
มันต้องเป็นยังงี้เเบบนั่น
I'm a Dorky girl. says:
เคย
I'm a Dorky girl. says:
มันก็คล้ายๆฝัน
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
เเล้วตอนนี้โตยัง
I'm a Dorky girl. says:
โตพอที่จะทำย่างที่ฝัน
I'm a Dorky girl. says:
แต่แค่คำว่าโตอย่างเดียวก็ไม่ได้
I'm a Dorky girl. says:
ตัวแปรชีวิตคนมันเยอะ
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
ประเด็นนี้ โตคือค่าเอ๊กเเทน สิ่งที่เราคิดไว้ตอนอดีต
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
เราไมไม่รู้สึกว่าเราเปลี่ยนเเปลงช้ชีวิตปรกติ ไปวันๆ งานมีก็ไปทำ ไมอารมมันหายไป
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
ไม่รู้สึกว่าชอบมากหรือชอบน้อย
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
เเล้วพอเราคิดย้อนมันเลยเออมันไม่เห็นต่างหนิ
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
หรือป็นเพราะท่คิดไว้มันเกินไป
I'm a Dorky girl. says:
คุณหมอวินิจฉัยว่า ตอนนี้คุณอาจกำลังถูกเชื้อไวรัสที่เรียกว่า มนุษย์เงินเดือนกัดกินจิตวิญญาณของคุณอยู่
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
เราขาดวิตามินชือ่ อินสไปร์ ตอนนี้
I'm a Dorky girl. says:
ฮ่าๆ
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
ตั้งเเต่ไม่ได้เล่นสเก็ต
I'm a Dorky girl. says:
อืมมมม
I'm a Dorky girl. says:
จับมั่งดิ
I'm a Dorky girl. says:
จะได้เรียกพลัง
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
ได้เเค่มอง
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
ฮาๆๆ
I'm a Dorky girl. says:
คล้ายๆเค้า
I'm a Dorky girl. says:
รู้สึกยังกะว่าตัวเองไม่ได้อ่านหนังสือ
I'm a Dorky girl. says:
แต่จริงๆแล้วก็อ่านแทบทุกวันก่อนนอน
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
นั่นเข้าเส้นเเล้ว
I'm a Dorky girl. says:
ไม่รู้ว่าใจมันไปอยู่ไหนหมด
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
วูว
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
เเกว่าเงนิมันเป็นเเรงขับมะ ในความเห็นเเก
I'm a Dorky girl. says:
ขับอะไร
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
เเรงจูงใจ
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
เหมือนรางวัล
I'm a Dorky girl. says:
ขอบอกว่า
I'm a Dorky girl. says:
เงินเป็นสิ่งจำเป็นในทางโลก
I'm a Dorky girl. says:
แต่ในทางใจมันไม่ได้ช่วยอะไร
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
นั่นสินะ
I'm a Dorky girl. says:
สมมุติงานแรกเงินเยอะแต่ไม่ชอบ
I'm a Dorky girl. says:
งานสองเงินน้อยแต่อยากทำ
I'm a Dorky girl. says:
มันก็ตัดสินใจง่ายออก
I'm a Dorky girl. says:
ในกรณีที่ไม่มีตัวแปรอื่น
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
สูดท้าย เราว่า อะไรที่อยากทำ มันจะทำให้เงินมันตรมมาเอง เเล้วที่สุดของที่สุด คือ ตัวจิง
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
ตาม
I'm a Dorky girl. says:
แต่ถ้ามีตัวแปรเข้ามาว่า อยากเก็บเงินไปเรียนต่อที่เมืองนอก
I'm a Dorky girl. says:
เปาจะเลือกอะไร
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
เรากำลังมี
I'm a Dorky girl. says:
มีอะไร
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
มีความคิดนี้
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
ก็เลือกทำงานเก็บเงินสิ
I'm a Dorky girl. says:
อยากไปเรียนที่ไหน
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
เงินมันก็คงสำคัญในทางโลก มันอาจจะทำให้เราไปได้เพราะ คนเค้าเเลกเปลี่ยนค่าตอบเเทนด้วยสิ่งนี้ หละเเต่ เราไม่ได้ทำเงินเพื่อเงินเเหละ มันเหมือนกับทำเพื่อเงิน ไม่ได้ทำเพี่อตัวเราเเฮะ
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
เราอยากเรียนฟิลมต่อซักที่ที่ไหนสักที
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
เรี่ยนต่อฟิลม สิ
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
เรียนภาพยนตร์
I'm a Dorky girl. says:
อืมมม
I'm a Dorky girl. says:
นิวยอร์กดิ
I'm a Dorky girl. says:
ตามรอยยุทธเลิศ
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
เเต่คิดดู เราว่าโอกาศเรามันคว้าช้าไปเเล้วทางที่เราจะรู้ตอนนี้เกี่ยวกะทางนี้มากสุดคือจากการทำงานนี่เเหบะ
I'm a Dorky girl. says:
ฮ่าๆ
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
เเหละ
I'm a Dorky girl. says:
เหมือนแกพูดว่าเรื่องเรียนต่อสายไปสำหรับแก
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
ครูพักลักจำเอา คิดซะว่า คนมาทำงานก็มีคนจบมาทางนี้สูงๆอยู่
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
เรามองว่าโอกาศตอนที่เราน่าะคิดเล้วตัดสินใจมันผ่านไปไง
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
เเต่ไม่ได้มองว่าอะไรพวกนี้มันสายไปเลยนะ
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
เพราะเราชั่งน้ำหนักจากความเป็นจิงของตัวเรา ว่าเราได้เเค่ไหน เราต้องรับผิดชอบต่อครอบครวเรา ไง อยากให้พ่อเเม่พักเเล้วไง
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
เราก็เคยคุยนะ
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
กะพ่อเเม่
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
เค้าก็บอกว่าไปเลย
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
เราไปไม่ได้หวะ
I'm a Dorky girl. says:
พี่เปาก็อยู่
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
ดูมันเกินไป
I'm a Dorky girl. says:
ช่วยๆกันไง
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
ไม่เอาเก็บเงินเองทำเองนี่เเหละ
I'm a Dorky girl. says:
ฮ่าๆ
I'm a Dorky girl. says:
อารมณ์เหมือนเค้าก่อนนหน้านี้ประมาณ2เดือน
I'm a Dorky girl. says:
กลัวบางสิ่ง ทำให้ไม่กล้าทำหลายอย่าง
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
เเต่เรารู้สึกว่าเรายังไม่พออะเวลามาทำงานนะ
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
เออลังเลหวะ
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
ไม่ชัดเจน
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
คลุมเครือ
I'm a Dorky girl. says:
ตอนนี้เราดีขึ้นแล้ว
I'm a Dorky girl. says:
แต่คาดว่าจะกลับไปเป็นอีก
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
วงจรอุบาท
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
ฮาๆ
I'm a Dorky girl. says:
เออ
I'm a Dorky girl. says:
- -
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
เราดูๆที่บ้านเรานะ อย่างเเม่เราพูด เค้าก็อยากให้เราไปช่วยเเหละ
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
พอพูดกันถึงตอนนี้มันก็จี๊ดตลอดเลยนะ
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
จี๊ดดด้วยเหตุผลที่ว่าเเล้วที่เรียนมาหละ เท่านั่นเลย ไม่รู้ทำไม ไม่รู้ว่าทำมต้งจี๊ด
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
มำไมต้องจี๊ดๆ
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
ถ้าเค้าถามเราว่าเเล้วที่ไปเรียนเนี่ยชอบจิงๆปะ
I'm a Dorky girl. says:
แล้วชอบจิงป่ะหล่ะ
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
เราก็คงตอบว่าชอบนะคิดว่าวพอทำได้เเหละ พอทำได้ไม่เก่ง พอทำได้ให้มีใบปริญญา ใบที่สังคมตั้งขึ้นมาเปนหน้าเป็นตา เเล้วก็คงจะไปได้เลี้ยงตัวเองรอดตาย หรือระยะเวลาสี่ปีมันทำให้เราเสียดายเวลาสี่ปี โดยไม่มีคำว่า ชอบมากหรือชอบน้อยกว่าเกี่ยวเลย
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
เอาง่ายๆว่า สันดาน เราคงไม่ฝืนทำอะไรที่ไม่ชอบ เเล้วสันดานเราชอบอะไรวะ ฮาๆ ตลกชีวิต
HAVE a PERFECT ' s Mild of YOU!! says:
ไปหมักหมูก่อน ทำบาร์บีคิวกิน
I'm a Dorky girl. says:
เออว
........
25 ธันวาคม 2551
สติ สตางค์ ฉาก : 6
สถานที่ : ห้องซ้อมดนตรีหลังมอ
เวลา : ราตรีลึก กำลังสงบ...
..............................................................................
สระ : ปีใหม่พวกมึงกลับบ้านมั้ยเนี้ยะ
สลิ่ม : เรากลับ ต้องกลับ
สติ : กูยังไม่ได้คิด มึงหล่ะ
สระ : กูไม่กลับ แต่กูไปเที่ยวแฟน
สลิ่ม : อิจฉาเว้ย พวกมีแฟน
สระ : หาให้มั้ยหล่ะ ฮ่าๆ
สลิ่ม : ไม่ต้อง เรายังไม่อยากมี มีแล้วอึดอัดว่ะ จริงมั้ยสติ ?
สติ : อืม
สระ : อะไรหว้า... พวกมึง คนที่ไม่อยากมีความรักมีด้วยเหรอบนโลกนี้
สลิ่ม : ก็ไม่ได้บอกว่าไม่อยากมี แค่ไม่อยากมีแฟน เข้าใจมั้ยเนี้ยะ..
สระ : อะไรวะ สลิ่ม กรูไม่เก็ต
สติ : กูเก็ตว่ะ กูเข้าใจ
สลิ่ม : เออ เห็นป่ะ สระมีแฟน กำลังตาบอด ไม่เข้าใจหรอก..
สระ : ซับซ้อนจิงนะพวกมึง
สติ : มึงไม่ต้องพยายามเข้าใจหรอกสระ มันไม่จำเป็น คนเราเกิดมาไม่ต้องเข้าใจทุกเรื่องหรอกเว้ย
สระ : เออ ชั่งพวกมึง
สลิ่ม : ฮ่าๆๆ ซ้อมเถอะๆ
................................... .......... ............. ................... ................
สติ : สลิ่ม !! ขอท่อนตะกี้ใหม่ดิ๊ เสียงมันยังไม่แน่นว่ะ
สลิ่ม : เสียงสะดิ้ง หรือว่าเสียงร้อง
สติ : เสียงกีต้าร์
สลิ่ม : เฮ้ย..สะดิ้งพึ่งหายป่วย อย่าโหดดิวะ เดี๋ยวสะดิ้งงอนขึ้นมาทำไง
สติ : ........ !! เออน่า เริ่มใหม่ละกัน ขอแน่นๆนะเว้ย กูอยากกลับไปนอนแล้ว
สระ : มึงนั่นแหละ สติ มึงเป็นอะไร ? กูเห็นมึงหงุดหงิดตั้งแต่เข้าห้องซ้อมแล้ว สติมึงหลุดรึไง ! เสียงกีต้าร์สลิ่มกูก็ว่าโอแล้ว เสียงคีย์บอร์ดกูก็โอแล้ว กูว่าเหลือแต่มึงนี่แหละที่ไม่โอ..
สติ : เออ กูรู้ว่ากูหงุดหงิด ขอโทษละกัน ช่วงนี้กูมีเรื่องนิดหน่อย
สลิ่ม : เรื่องอะไรวะ
สติ : เรื่อง.... เรื่อง.... เรื่องที่พวกมึงไม่มีวันเข้าใจ
สระ : แล้วมึงรู้ได้ไงว่าพวกกูจะไม่เข้าใจ
สลิ่ม : เออ นั่นดิ บอกมาเถอะ ถึงเรากับสระจะไม่เข้าใจ แต่เราก็ไม่หัวเราะสติแล้วกัน
สติ : .....................
สระ : พูดมาเถอะมึง กูอยากให้มึงระบาย ก็มึงบอกเองว่าคนเราเกิดมาไม่จำเป็นต้องเข้าใจทุกเรื่อง
สลิ่ม : นั่นดิ เราไม่ได้จะพยายามเข้าใจ เราแค่อยากรับฟัง
สติ : ...... ไว้กูพร้อมก่อนละกัน เดี๋ยวกูจะบอก ..................... ซ้อมต่อเถอะ รอบสุดท้ายนะ กูง่วง
......... "Last Christmas I gave you my heart But the very next day you gave it away This year To save me from tears I'll give it to someone special Once bitten and twice shy I keep my distance But you still catch my eye Tell me baby Do you recognize me?"..............
13 ธันวาคม 2551
สติ สตางค์ ฉาก : 5
สถานที่ : หมอชิต
เวลา : พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า
....................................................................
"เมื่อดาวโคจรมาเจอะกันฤดูก็เปลี่ยนผัน การหมุนก็ผันแปรเมื่อเธอกับฉันมาเจอะกันชีวิตก็เปลี่ยนผันเปลี่ยนไปจากเดิม เปลี่ยนจังหวะหมุนของหัวใจ..." เสียงเพลงที่ลอยมาปะปนกับบทสนธนาของสตางค์และสลิ่ม...
สตางค์ : สลิ่มกลับบ้านเลยเหรอ ?
สลิ่ม : อ๋อ เรากะจะแวะไปเอากีต้าร์ก่อนหน่ะ พอดีเสีย เลยเอาไปซ่อม ร้านนี้เจ๋งมากพังแค่ไหนก็ซ่อมได้หมด ราคาไม่แพงด้วยนะ
สตางค์ : หรอๆ อยู่แถวไหนอะ เผื่อของเราเจ๊งจะได้มีที่เจ๋งๆไปซ่อม ฮ่าๆๆ...
สลิ่ม : แถวถนนพระอาทิตย์หน่ะ ไปด้วยกันมั้ยหล่ะ
สตางค์ : เอาดิ เราก็ไม่มีธุระที่ไหน
สลิ่ม : โอเค..
"(เกิดอาการ)เธอหมุนรอบฉัน ฉันหมุนรอบเธอ แต่สองดาวก็ยังหมุนรอบตัวเอง เธอดึงดูดฉัน ฉันดึงดูดเธอ และสองดาวยังเปล่งแสงอันงดงามให้แก่กัน..."
สลิ่ม : เจ้าของร้านนี้ใจดีสุดๆ เค้าชื่อพี่สกฤษ (สะ-กริด) เมื่อก่อนเป็นมนุษย์เงินเดือน เดี๋ยวนี้กลับมาสนใจความฝันตัวเอง เลยเปิดร้านซ่อมและขายกีต้าร์มือสอง กับเป็นมือกีต้าร์ของวงตัวเอง เจ๋งป่ะๆ ฮ่าๆ...
สตางค์ : เออ เท่ว่ะ กล้าดีๆ เราว่ามันทำยากนะ ในโลกปัจจุบันนี้มันยากนะที่จะเดินตามฝันตัวเองอะ...
สลิ่ม : ถึงละ ร้านนี้แหละ...
"The drunken politician leaps Upon the street where mothers weep And the saviors who are fast asleep They wait for you..And I wait for them to interrupt Me drinkin' from my broken cup And ask for me Open up the gate for you..."
สลิ่ม : หวัดดีค่ะ พี่
สกฤษ : หวัดดีๆ สลิ่ม ... ไปไงมาไง พาใครมา ?
สลิ่ม : เพื่อน ชื่อ สตางค์
สตางค์ : หวัดดีครับ พี่สะกิด
สกฤษ : ครับ หวัดดีครับน้องสตางค์...
สตางค์ : ร้านพี่กีต้าร์เยอะมากๆ ครับ
สลิ่ม : สะดิ้งของหลิ่มเป็นไงพี่
สกฤษ : เออ.. เรียบร้อยแล้ว กลับมาสะดิ้งเหมือนเดิมแล้ว นู้น..นอนสะดิ้งอยู่ตรงนู้นอะ
สตางค์ : อะไรเหรอ สะดิ้งอะไร
สลิ่ม : อ๋อ กีต้าร์เราเอง มีชื่อว่าสะดิ้ง
สตางค์ : อ๋อ...ฮ่าๆ ชื่อแนวว่ะ
สลิ่ม : โห ฟังชื่อกีต้าร์ของพี่สะกิดซะก่อน... บอกไปเลยพี่ว่ากีต้าร์พี่ชื่อไร
สกฤษ : เสนาะ(หู) ครับ
สตางค์ : โอ้วววว แนวแท้..
สกฤษ : แล้วน้องเล่นดนตรีป่าว
สตางค์ : เล่นครับ กีต้าร์เช่นกัน แต่กีต้าร์ผมไม่มีชื่อหรอกนะครับ แหะๆ
สลิ่ม : หลิ่มพาสตางค์มาดูร้านเผื่อกีต้าร์สตางค์เสียจะได้นึกถึงร้านพี่ไง
สกฤษ : โอ้ว เยี่ยมมากน้องหลิ่ม ฮ่าๆ
สลิ่ม : ค่าคอมๆ ฮ่าๆๆ
..........พระอาทิตย์กลับบ้านไปแล้ว แต่สลิ่ม สตางค์และสกฤษ ยังไม่กลับ........
10 ธันวาคม 2551
สติ สตางค์ ฉาก : 4
สถานที่ : รถทัวร์นครชัยแอร์
เวลา : แดดเปรี๊ยงๆ...
..................................................................
"สวัสดีครับ ผมนายสม่ำ เสมอ ขอสัญญากับทุกท่านว่าจะขับรถอย่างมีสติ และนำพาทุกท่านไปถึงที่หมายอย่างปลอดภัยครับ ขอบคุณทุกท่านที่ใช้บริการ นครชัยแอร์ เป็นอย่างยิ่งครับ..."
สตางค์ได้ที่นั่งติดหน้าต่าง คนที่นั่งข้างๆสตางค์เป็นผู้หญิง ผู้หญิงคนนั้นสูงยาวเข่าดี ส่วนหน้าตาก็พอใช้ได้ เธอสวมเสื้อหนาวไหมพรมสีดำ..
ไม่ทันที่สตางค์จะได้สำรวจส่วนอื่นๆของเธอ สตางค์ก็สะดุดเข้ากับรอยยิ้มของเธอเสียแล้ว เธอว่าสตางค์หน้าตาคุ้นๆ..
สตางค์เงียบไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่ยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย..
สตางค์: ไปกรุงเทพเหรอครับ
สาวเสื้อหนาวสีดำ: ใช่ค่ะ ก็รถรอบนี้ไปที่เดียวไม่ใช่เหรอคะ.... (เธอยิ้ม..)
สตางค์: จิงด้วยครับ ไม่น่าถามโง่ๆเลย...ฮ่าๆ (- -)
สาวเสื้อหนาวสีดำ: เป็นคนขอนแก่นรึป่าวคะ
สตางค์: ป่าวครับ คนอุดร แล้วคุณ..เอ่อ
สาวเสื้อหนาวสีดำ: สลิ่มค่ะ
สตางค์: สลิ่ม..ชื่อน่ารักดีครับ สตางค์ครับ
สลิ่ม: ดูจากชื่อท่าทางพ่อแม่จะรวยนะ
สตางค์: ฮ่าๆๆๆ แล้วเป็นคนขอนแก่นรึป่าวครับ
สลิ่ม: ป่าวอะ เราเป็นคนกรุงเทพ
สตางค์: อ่อ
..............................สามนาน................
สลิ่ม: เอ๊ะ..สตางค์ สตางค์เป็นเพื่อนกับสติใช่มั้ย
สตางค์: ช่ายๆ...รู้ได้ไงอะ
สลิ่ม: อ่อ..เราเป็นเพื่อนของสติหน่ะ เรียนคณะศิลปกรรมเหมือนกัน ..ถึงว่าทำไมหน้าคุ้นๆ เราว่าแล้วว่าต้องเคยเห็นที่ไหน
สตางค์: แล้วเคยเห็นเราที่ไหนหล่ะ
สลิ่ม: อ๋อ..เคยเห็นในหนังสือรุ่นที่ห้องของสติหน่ะ เห็นสติว่าเป็นเพื่อนสนิทสุดๆ
สตางค์: อ๋อ..งี้นี่เอง
สลิ่ม: เรากับสติอยู่วงเดียวกันหน่ะ เลยสนิทกัน ..ฮ่าๆๆ โลกกลมจังเลยนะ..
สตางค์: ฮ่าๆๆ..กลมสุดๆ อยู่วงเดียวกับมัน..แปลกดีนะ ปกติมันไม่ค่อยสนิทกับผู้หญิงเท่าไหร่ แล้วเล่นอะไรอะ
สลิ่ม: เราร้องนำหน่ะ แต่บางทีก็เล่นกีต้าร์ด้วย
สตางค์: โห..เก่งจัง เราก็เล่นกีต้าร์เหมือนกันนะ แต่ว่าตั้งแต่ไปเรียนที่กรุงเทพก็ไม่ได้แตะเลยอะ
สลิ่ม: โห..แย่จังนะ ท่าทางจะเก็บกด ฮ่าๆๆ
สตางค์: ฮ่าๆๆ เก็บกดจิงๆนะ อยากเล่นจะตาย แต่เวลาเราหมดไปกับการเดินทางซะมาก ก็เลยทำอะไรๆได้น้อยลงอะ อิจฉาสลิ่มอะ ฮ่าๆๆ
สลิ่ม: ขนาดนั้น..หึหึ เมืองหลวงนี่ท่าทางน่าเบื่อจังนะ
สตางค์: ช่าย แต่ก็ไม่ทั้งหมดหรอกนะ สิ่งดีๆก็ยังมีให้เห็นอยู่เหมือนกัน
สลิ่ม: ................
สตางค์: ว่าแต่...สลิ่มเป็นคนกรุงเทพแต่ทำไมมาเรียนที่ขอนแก่นหล่ะ
สลิ่ม: ก็อย่างที่สตางค์ว่า เมืองกรุงหน่ะน่าเบื่อออก แปลกนะ คนกรุงเทพมาเรียนต่างจังหวัด ส่วนคนต่างจังหวัดกลับลงไปเรียนที่กรุงเทพ ...เป็นไงหล่ะ ตอนนี้ก็รู้แล้วว่ากรุงเทพหน่ะไม่เห็นจะดีตรงไหน
สตางค์: ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกนะ ถึงเราจะเบื่อกรุงเทพ แต่ยังไงเราก็ไม่เสียใจที่เราตัดสินใจเรียนที่กรุงเทพหรอก เราก็แค่อยากหาสิ่งใหม่ๆ เปิดโลกตัวเองให้กว้างขึ้นเท่านั้นเอง
สลิ่ม: จิงของนาย เราก็เหมือนกัน หาสิ่งใหม่ๆให้ตัวเอง...
...............ขอโทษค่ะ จะรับน้ำสตอเบอร์รี่ หรือน้ำสัปรดดีคะ.......
สตางค์: ผมขอสตอเบอร์รี่ครับ
สลิ่ม: สัปรดค่ะ ขอบคุณค่ะ
สตางค์: เออ..จิงสิ ตอนที่อยู่ในมอหน่ะ สติมันเคยเอาเนื้อเพลงที่มันแต่งมาให้ดู ที่ชื่อเพลง"จำเป็น"หน่ะ เจ๋งดีนะ
สลิ่ม: อ๋อ..เพลงนั้น มันไม่เอาแล้วอะ เราก็ว่าเพราะดีนะ ไม่รู้มันบ้าอะไร บอกว่าเพลงมันห่วย เลยตัดทิ้ง
สตางค์: จิงอะ เพลงดีออก น่าเสียดายอะ
สลิ่ม: อาจเพราะเราร้องห่วยก็ได้...ฮ่าๆๆๆ
สตางค์: เฮ้ย..ไม่ม้างงง ท่าทางสลิ่มร้องเพลงเพราะออก เสียงพูดธรรมดายังเพราะเลย ฮ่าๆ
สลิ่ม: บ้า..เว่อร์ไปป่าว แต่จะว่าไปก็แปลกนะ จิงๆแล้วเราร้องเพลงธรรมดามากๆ ไปสู้กับใครเค้าก็ไม่ได้ แต่สติมันว่านี่แหละใช่เลย..เขิลๆ
สตางค์: สติมันเก่งนะ มันฟังอะไรไม่เคยพลาดหรอก
สลิ่ม: แต่ครั้งนี้อาจจะพลาดก้ได้ ฮ่าๆๆ พูดถึงสติแล้ว ช่วงนี้มันแปลกๆไปอะ ไม่รู้เป็นอะไร ดูเศร้าพิกล
สตางค์: เออ..ก็จิง เราก็เห็นมันดูเศร้าๆไป ถามอะไรก็ไม่ยอมบอก
สลิ่ม: ใช่ๆ เรียนก็ไม่ค่อยไป ซ้อมดนตรีก็ไม่ค่อยไป บอกแต่ว่าช่วงนี้อยากอยู่คนเดียว
สตางค์: มันเป็นอะไรกันแน่ว่ะ ท่าทางเป็นเอามากซะด้วย รึว่าเรื่องหญิง..
สลิ่ม: เอ...ไม่น่าจะใช่นะ แต่ก็ไม่แน่อะ ช่วงหลังนี้เราก็ยุ่งๆ เลยไม่ค่อยได้คุยกับมันเท่าไหร่
สตางค์: ไม่ต้องเป็นห่วงมันหรอก มันก็งี้แหละ เดี๋ยวก็กลับมาเป็นปกติ
สลิ่ม: อืมๆ ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดี....
รถยังคงเดินหน้าต่อไป
คนขับรถยังคงรักษาสัญญา
พนักงานต้อนรับสาวยังคงทำหน้าที่อย่างดีเยี่ยม
ละครSitcomเรื่องเป็นต่อก็ยังคงดำเนินต่อไป
แสงแดดยังคงแผดเผาคนบนรถ
สลิ่มหลับตาและยังฟังไอพอดต่อไป
สตางค์ลืมตาและยังมองออกไปนอกหน้าต่างอยู่อย่างนั้น
..........................
.................สวัสดีค่ะทุกท่าน ขณะนี้รถทัวร์นครชัยแอร์ได้พาทุกท่านมาถึงยังที่หมายโดยสวัสดิภาพแล้ว ดิฉันในนามบริษัทนครชัยแอร์ขอขอบพระคุณทุกท่านเป็นอย่างยิ่งที่ใช้บริการนครชัยแอร์ของเรา และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าพวกเราจะได้มีโอกาสรับใช้ทุกท่านในโอกาสต่อไปค่ะ ขอบคุณค่ะ..............
9 ธันวาคม 2551
สติ สตางค์ ฉาก : 3
สถานที่ : ห้องสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดไม่ใหญ่นัก
เวลา ใกล้เวลาทำงานของพระอาทิตย์..
....................................................................
สติก้มหน้าก้มตาเขียนบางอย่าง ยุ๊กยิ๊กๆ..ขุ๊กขิ๊กๆ อยู่นานสองนานอาจมากถึงสามนาน
เขาลืมวันเวลาทิ้งไว้ที่ไหนซักแห่ง เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง
บางทีเรื่องราวในวันนั้นอาจเป็นสาเหตุก็เป็นได้...
ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา...ผมเคยถามนะ
แต่เขากลับทำเป็นไม่ได้ยินหรืออาจจะไม่ได้ยินจริงๆก็ได้
เขาทำให้ผมไม่มีตัวตน..
ผมก็แค่อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับสติ...
ผมไม่ใช่คนสอดรู้ แต่ผมจำเป็นต้องรู้..
แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อตอนนี้ผมไม่มีตัวตนสำหรับเขา..
ผมพยายามยื่นหน้าเข้าไปดูว่าสิ่งที่เขาเขียนนั้นมันคืออะไรกัน...
ขอย้ำ!!..ผมไม่ใช่คนสอดรู้เรื่องของคนอื่น
ผมขอเขาดูแล้ว..คุณก็รู้
ว่าแต่..คุณต่างหากไม่ใช่เหรอ ที่เป็นคนที่อยากรู้เรื่องของชาวบ้านหน่ะ...
แต่เอาเถอะ..ผมเข้าใจพวกคุณดี
สิ่งที่ผมเห็น...คือ
คุณอยากรู้เหรอ!!.....ใช่สิคุณต้องอยากรู้อยู่แล้ว..
สิ่งที่ผมเห็นก็แค่กวีกระจอกๆ..หรืออาจไม่ใช่บทกวีอะไรเลยเสียด้วยซ้ำ
เอาหล่ะ..คุณคงอยากรู้แล้วว่า เขาเขียนอะไรกันแน่
ผมเองก็ไม่อยากจะรั้งคุณไว้นานนักหรอก..
แต่นี้เป็นเพียงแค่ส่วนที่ผมเห็นเท่านั้น..
คุณก็รู้หนิ..ผมมันไม่ใช่พวกสอดรู้หน่ะ...
เชิญตามสบาย...
อดทนอย่างอ่อนไหว
ห่างไกลกลับแนบชิด
***
เปิดปิดเพื่อเข้าออก
เมฆหมอกไร้ตัวตน
*
วังวนและแวะเวียน
คืนเปลี่ยนวันดังเดิม
***
เพิ่มเติมที่ขาดหาย
ความตายที่คงอยู่
*
เป็นกูคือหลอกลวง
ส่วนมึงไม่ต้องห่วง
***
กับดักกลลวงไร้พลัง
บดบังสิ่งสวยงาม
*
ติดตามความมืดมน
อับจนทางแก้ไข
***
เป็นไปคือมายา
ธาราไม่เคยไหล
*
สิ่งใดไม่เคยเกิด
ประเสริฐไม่เคยมี
***
ความดีถูกมอดไหม้
ความชั่วไซร้อยู่ยืนยง
*
ดำรงไร้จุดหมาย
ปลายทางคือความตาย
***
งมงายคือเข็มทิศ
ยาพิษคือรางวัล
*
คืนวันคือกับดัก
ความรักคือความทุกข์
***
ความสุขคือดับหาย
เดียวดายอยู่ยาวนาน
*
เหนือกาลคือปัจจุบัน
เหนือฝันคือความจริง
เหนือสรรพสิ่งคือไม่มี...!!
***
8 ธันวาคม 2551
สติ สตางค์ ฉาก : 2
เวลา กลางคืน
สติ: เมื่อไหร่มันจะมาวะ!!
สติเหลือบตามองนาฬิกาอยู่หลายที ตอนนี้นาฬิกาของสติบอกเวลา สามทุ่มครึ่ง
....ตื่นขึ้นมาก็ล้างหน้าล้างตาออกไปล่าตัวเลขบนเช็ค ต้องทำผลผลิตเพื่อพิชิตกำไรจนไร้สรรถภาพทาง !! สติควักมือถือออกมาจากกระเป๋า แล้วรีบกดรับ
สติ: เฮ้ย มึงอยู่ไหนว่ะ กูรอมึงมาพักนึงแล้ว มึงออกมายัง
สมัย: สติ สติ นี่แม่เอง กำลังรอใครอยู๋รึไง
สติ: อ้าว แม่...มีไรป่าว ยังไม่นอนอีกเหรอ
สมัย: ยัง แล้วลูกรอใครอยู่......แม่จะโทรมาถามว่า ลูกจะกลับบ้านเมื่อไหร่ ไม่เห็นกลับมาสักที มีแฟนรึไง
สติ: ไม่ใช่แม่ ช่วงนี้งานเยอะ แม่ไม่ต้องห่วงหรอก มีเวลาเมื่อไหร่จะรีบกลับไปขอตังค์..
สมัย: .......
สติ: ถ้าไม่มีไรแล้วแค่นี้ก่อนนะแม่ แม่ก็รีบไปนอนนะ นอนน้อยๆเดี๋ยวหมดสวยหน่า..
สมัย: หึหึ....ลูกก็รู้ว่าแม่สวยไม่ส่าง
สติ: เหอๆๆ...................................วางละนะแม่ สวัสดีคร้าบบบบบ
.....ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด...ๆ..ๆ.......
สตางค์: เฮ้ย กูมาแล้ว ตะกี้มึงคุยกะใครวะ
สติ: แม่กู ไมมึงมาช้าจังวะ กูรอตั้งนาน
สตางค์: อ้าว มึงนัดกูตอนสามทุ่มไม่ใช่เหรอ
สติ: ก็สามทุ่มไง แต่นี่มันจะสี่ทุ่มแล้วนะโว้ย
สตางค์: เฮ้ย มึงไหวป่าว นี่กำลังจะสามทุ่มโว้ย นาฬิกามึงเจ๊งแล้ว
สติ: อ้าว เออว่ะ......กูพึ่งซื้อได้ปีเดียว เจ๋งซะละ ไม่คุ้มเลยแม่ง!!!
สตางค์: เออ ชั่งมึงเหอะ...นี่แฟนกู ชื่อสไมล์
สไมล์: หวัดดีค่ะ..
สติ: .......... หวัดดีครับ ..
สตางค์: งั้น พวกเราเข้าไปได้ยังวะ
สไมล์: เอ่อ เดี๋ยวเราตามเข้าไปนะ ต้องไปเอางานกับเพื่อนหน่ะ
สตางค์: ก็ได้ รีบมาแล้วกันนะ
สติ: ...................
สตางค์: งั้น เข้าไปกันเถอะ
.........................................................
สตางค์: มึงกะเมาป่าววะ กูจะได้สั่งถูก
สติ: กูอยากเมา...
สตางค์:................... มึงมีปัญหารึไง
สติ: ใช่ กูมี
สตางค์: มึงมีไรก็บอกกูได้เว้ย เราเพื่อนกันนะเว้ย
สติ: กูขอโทษ กูบอกมึงไม่ได้จิงๆ
สตางค์: งั้นก็แล้วแต่มึง มึงอยากบอกเมื่อไหร่ก็บอกแล้วกันเว้ย กูไม่บังคับ
สติ: ....................................อึก อึก อึก...............กูขออีกแก้ว........อึก อึก อึก.....
เพ่ๆ โซดาอีก2.............อึก อึก อึก...........
สตางค์: เฮ้ย กูว่ามึงเริ่มเมาแล้ว ดีใจด้วย.. มึงอยากระบายอะไรก็พูดได้นะเว้ย เผื่อกูช่วยมึงได้ เพื่อนอย่างกูร่วมทุกข์กับมึงได้เสมอนะเว้ย...
สติ: มึงช่วยกูไม่ได้หรอก เรื่องของกู กูก็ต้องแก้เอง...
สตางค์: .........................
สติ: โทดเว้ย แต่กูบอกมึงไม่ได้จิงๆ...........อึก อึก อึก.........ฮือๆ....อึก อึก
สตางค์: เฮ้ย มึงร้องไห้ทำเตี้ย(ขอเปลี่ยนจากห.หีบ เป็น ต.เต่า เพื่อความสุภาพ) อะไรวะ...กูอายเค้า
สติ: ชั่งกูเหอะ...กูถามหน่อย มึงรู้จักกับแฟนมึงได้ไงวะ
สตางค์: มึงถามไมวะ
สติ: ป่าววว กูก็แค่อยากรู้ มึงไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไรเว้ย
สตางค์: เพื่อนกูเป็นเพื่อนกับสไมล์อีกที
สติ: ......อึก อึก อึก.......
........หากความรักเกิดในความฝัน เราจุมพิตโดยไม่รู้จักกัน ปฏิทินไม่บอกคืนและวัน ดั่งที่ฉันไม่เคยต้องการ........อยากให้เธอได้พบกับฉัน....
สติ: เพลงนี้แม่งโดนว่ะ........ฮือๆ...อึก อึก
............เมา...สุดๆ............
สติ: กูคิดดีแล้วเว้ย สตางค์เว้ย...กูมีเรื่องจะบอกมึง มึงจะรู้สึกไงก็ชั่ง กูไม่สนแล้วเว้ย..
สตางค์: เออ มึงก็บอกมาดิ กูไม่โกรธมึง
สติ: กู กู ....อึก อึก..คือกู กู....อึก อึก...กู
สตางค์: สไมล์ ทางนี้ๆ
สไมล์: โทดที พอดีต้องแก้งานนิดหน่อย
สตางค์: ไม่เป็นไร เฮ้ย สติ เมื่อกี้มึงว่าไรนะ
สติ: ........อึก อึก อึก....ไม่มีไรแล้ว
สตางค์: ไม่มีได้ไงวะ ก็มึงพึ่งบอกว่ามึงมีเรื่องจะบอกกูอะ
สติ: อึก อึก อึก อึก......กูบอกว่าไม่มีก็ไม่ดิวะ ชั่งกูเถอะ
...........คืน..นี้.........เมา.........เละ...........!!
.........................................................................................
ปล. เหลืออีก 2 นะ อีก 2..
3 ธันวาคม 2551
สติ สตางค์ ฉาก : 1
เอาของเก่ามาปล่อยให้อ่านเล่น :)
+++++++++++++++++++++++++++++++
ฉากเปิด..
สถานที่: สระพลาสติก เวลาเย็นย่ำ แสงแดดกำลังจะหมด..
"ตั๋วใบนี้ไม่มีที่สำหรับฉัน แม้ว่าเขาจะขายให้ทุกคนได้เท่ากัน เพียงแต่รถขบวนนี้ไม่มีที่ให้กับฉันจึงไม่มีสิทธิ์.." สติดึงหูฟังออกจากหู เขาเห็นเห็นใครบางคนที่คล้ายกับคนที่เขารู้จัก....ภาพในอดีตของสติถูกดึงออกมาจากส่วนลึกของรอยหยักเล็กๆในสมองอย่างฉับพลัน สติลืมตัวและหลุดเสียงหัวเราะออกมาอย่างกระทันหัน สติมองกลับไปหาใครคนนั้น แต่ใครคนนั้นวิ่งนำหน้าสติไปไกลแล้ว สติเร่งสปีดฝีเท้าตัวเองในทันทีเพื่อที่จะตรงเข้าไปทักใครคนนั้น เป็นโชคดีของสติที่ใครคนนั้นหยุดวิ่งอย่างกระทันหันด้วยอาการเหนื่อยหอบ
สติ: สตางค์ สตางค์ แฮ่กๆๆ สตางค์ !!!
สตางค์: เฮ้ย!! สติ สติใช่ป่าว
สติ: ใช่ กูเอง มึงวิ่งเร็วโคตรรรร ไปไงมาไงว่ะ ทำไมมึงมานี่ได้
สตางค์: กูมาหาแฟน แฟนกูเรียนที่นี่
สติ: โห มึงอยู่กรุงเทพเอาเวลาไหนมาหาแฟนที่นี่ได้ว่ะ ชั่งเถอะ กูกับมึงไม่ได้เจอกันตั้งนาน มึงเป็นไงมั่งว่ะ ยังเล่นกีต้าร์อยู่รึป่าว
สตางค์: กูก็เรื่อยๆว่ะ ชีวิตกรุงเทพแม่งน่าเบื่อ ผู้หญิงก็แม่งไม่จริงใจ สวยแต่ข้างนอกว่ะ เป็นโชคดีของกูที่ได้แฟนที่นี่ ฮ่าๆๆๆ ส่วนกีต้าร์กูก็ไม่ค่อยได้เล่นว่ะ อยู่กรุงเทพเหนื่อยจะตาย เวลาเป็นเงินเป็นทอง
ตอนนี้ก็ไม่มีเวลาทำเรื่องไร้สาระอีกต่อไปแล้วเว้ย โลกปัจจุบันนี้แม่งหมุนเร็ว ถ้ามึงไม่รีบหมุนตามโลกมึงก็
สติ: เฮ้ย กูถามนิดเดียว มึงบ่นซะยาวเลย ถ้าอยู่กรุงเทพมันไม่ดีแล้วมึงไปอยู่ทำไมวะ มึงดูกูนี่ กูอยู่นี่มีความสุขจะตาย อยากทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ ตอนนี้กูมีเพลงแต่งใหม่เพียบ มึงอยากดูป่าวหล่ะ
สตางค์: อยากดิวะ
สติ: งั้นคืนนี้ไปสังสรรค์กันหน่อย เดี๋ยวกูเอาเพลงกูติดไปด้วย บอกแฟนมึงมาด้วยก็ได้นะ ก็อยากเห็น ฮ่าๆ
สตางค์: โอเคเว้ย งั้นเจอกันที่ไหนดี กูไม่รู้จักแถวนี้ว่ะ
สติ: เออ กูรู้ว่ามึงไม่รู้จักแถวนี้ บอกแฟนมึงแล้วกันว่าให้ไปเจอกันที่ร้าน"Playground" ตอนสามทุ่ม
สตางค์: เออ ได้ๆ งั้นกูไปก่อนนะ แล้วเจอกันเว้ย
สติ: เออๆ แล้วเจอกัน
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ปล. ของเก่ายังเหลืออีก3 ตอน แล้วเจอกันนะจ๊ะ อุอุ
25 พฤศจิกายน 2551
ก้าวไป เก็บไว้ที่ผ่านมา
จงอย่าลืมว่ายังเหลืออีกหลายอย่าง
และเมื่อบางสิ่งเวียนมา
บางอย่างก็อาจเลยผ่านไป
ชีวิตบางคราวก็มีแค่นี้
เท่าที่มีขอให้จงพอใจ
บางสิ่งแม้ไขว่ขว้าเพียงใด
ก็ไม่อาจเกี่ยวมาไว้ในครอบครอง
เรื่องราวผ่านพ้นไปมากมาย
ยังเก็บไว้ในกล่องความทรงจำ
อีกเรื่องราวมากมายรอให้ผ่านพ้น
กล่องความทรงจำยังมากล้น...รอเก็บ
ก้าวเดินต่อไปเฉกเช่นทุกชีวิต
บางก้าวอาจสั้น บางก้าวอาจยาว ก็ว่ากันไป
ขอเพียงมีใจจะก้าวเดินต่อ
สิ่งนั้นคงรออยู่ที่ใดสักแห่ง
บนหนทางที่ไม่อาจรู้
อาจใกล้เพียงสายตา
หรืออาจไกลจนมองไม่เห็น
ทุกๆคนต่างเป็นเช่นเดียวกัน...
.....ขอเพียงอย่าลืมว่าเราเริ่มจากสิ่งใด.....
23 พฤศจิกายน 2551
มือปืนสาว ( NG 3 )
ผมเคยฟังเพลงนี้มาหลายครั้ง
แต่ครั้งนี้ มันแตกต่าง....
วิ่งออกไป.. เธอรู้มั้ยต้องได้ระยะสักอย่าง
ถึงแม้ฉันไม่แข็งแรงกว่าใคร
ทำต่อไปยังไงก็คงถึง... แม้จะช้า
ฉันออกแรง ที่ทำมันมาจนวันนี้ ที่ผ่านมา
แค่แม้มันมีความหมายบ้างกับเธอ
วันนั้นจนวันนี้ที่เธอมีฉันเรื่อยมา
เธอกลับ ไม่คิดอย่างนั้นสักครั้ง
เท่ากับที่เดิม อย่าเริ่มดีกว่า
รู้สึก เหมือนเดิม ให้คิดเสียว่า
เพิ่งเจอ หน้ากัน เท่านั้นดีกว่า
แค่ ตรงที่เดิม เปล่าเริ่มวิ่งมา
คิดเสียว่า.... เปล่าเริ่มวิ่งมา
ถึงจะช้า..........
* เท่ากับที่เดิม*
9 พฤศจิกายน 2551
มือปืนสาว VI
ขอไอซ์วนิลาลาเต้แก้วใหญ่ครับ..
ใช่แล้ว วันนี้ผมคงจะนั่งนานหน่อย
ช่วงที่ผมไม่ได้มาที่นี่ คุณมีเรื่องอะไรจะเล่าให้ผมฟังบ้างไหม
แน่นอน ผมรู้..
ตั้งแต่เราได้คุยกันมา คุณไม่เคยเล่าอะไรให้ผมฟังซักอย่าง
คุณคงรู้ ว่าผมไม่ได้อยากมานั่งฟังใครเล่าเรื่องสาระทุกข์สุกดิบอะไรนักหรอก
ที่ผมมา ก็เพราะผมอยากเป็นผู้พูดมากกว่าผู้ฟัง
นี่คุณคิดว่าผมเห็นแก่ตัวบ้างรึเปล่า ?
คุณรู้มั้ย ผมไม่เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว
ผมเปลี่ยนไป แต่ผมไม่แน่ใจว่ามันเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นหรือแย่ลงกันแน่
ช่วงนี้ผมมีธุระเยอะเหลือเกิน
แต่มันไม่ใช่ธุระของผมเลยซักนิด
ธุระที่ว่านั่นเป็นของแม่มือปืนสาวมากกว่า
เธอชวนผมไปนู้นมานี่ โดยที่ผมเองก็ไม่เคยปฏิเสธเธอเลยซักนิด
ผมอยากมีเกราะกันกระสุนมาสวมครอบหัวใจของตัวเองไว้
แต่กระสุนของเธออาจเป็นชนิดพิเศษที่หนักหน่วงและรุนแรง
จนเกราะกันกระสุนธรรมดาๆเอาไม่อยู่
ผมคงใกล้โคม่าเข้าทุกที...
บ้าจริงๆ
ผมถูกยิงและยังถูกแทงข้างหลัง
ความลับเกี่ยวกับมือปืนสาวที่ผมมี ถูกเปิดเผยโดยผมเอง
ผมไม่น่าเขียนบันทึกนั่น
ตอนนี้ทุกคนคงจะรู้กันหมดแล้ว ว่าผมรู้สึกอย่างไรกับเธอ
แต่ผมไม่แน่ใจนักว่ามือปืนสาวของผมจะรู้
เรื่องราวของผมกลายเป็นข่าวพาดหัวในที่ทำงาน
ทุกสายตาจับจ้องมาที่ผมและมือปืนสาวทุกครั้งที่เราคุยกัน
ผมไม่เคยถามเธอและเธอไม่เคยถามผมเช่นกัน
เธอยังคงเป็นปกติ
โทรหาผม ชวนผมไปนู้นนี่
ผมอึดอัดเล็กน้อย แต่ก็รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก
อากาศเริ่มจะเย็นลงเรื่อยๆแล้วสินะ
หัวใจผมก็คงจะเป็นเช่นนั้น...
31 ตุลาคม 2551
S & W
เกิดระหว่างวันที่ 16 ธันวาคม - 15 มกราคม
จุดแข็ง
> > 1.อ่านคนเก่ง มีลางสังหรณ์แม่นยำ
> > 2.วางตัวดี ยากที่ใครอ่านออก
> > 3.มีอารมณ์ขัน มีวาทศิลป์
> > 4.มีความนอบน้อมถ่อมเคารพผู้อาวุโส
> > 5.มีความซื่อตรงและยุติธรรม
> > 6.รอบคอบ ละเอียดอ่อน
> > 7.ใจบุญสุนทาน มีความรอบรู้ รักพ่อแม่พี่น้องมาก
> > 8.เข้มแข็งแกร่งกล้า แม้จะเป็นคนอ่อนไหวง่าย
จุดอ่อน
> > 1.เจ็บปวดง่าย ยากจะลืมเลือนหรือให้อภัยคนที่ทำร้ายตน
> > 2.ชอบผูกมิตรกับคนแต่ไม่ชอบคบใครจริงจัง
> > 3.ชอบแสดงความสดใสร่าเริง ทั้งที่ในใจรู้สึกโดดเดี่ยว
> > 4.ทนไม่ได้กับการวิพากษ์วิจารณ์หรือการดูถูก
> > 5.ยึดมั่นในหน้าที่ จนไม่มีเวลาใช้ชีวิตแบบที่ปารถนา
> > 6.ใช้จ่ายเงินเก่ง
> > 7.เชื่อว่าตนเองถูกเสมอ
25 ตุลาคม 2551
มือปืนสาว ( NG 2 )
ไม่ถึงกับเกลียดหรอกนะ
ก็แค่ไม่ชอบเท่านั้น
ฝนทำให้ผมเปียก หนาว อ่อนไหว
นั้นคือเหตุผลที่ผมได้อยู่กับตัวเองบ่อยกว่าฤดูกาลไหนๆ
การออกจากบ้านในฤดูฝนเหมือนกับการเดินทางไปในที่ที่หดหู่และเปลี่ยวเหงา
แต่บางครั้งผมก็จำเป็นจะต้องเผชิญกับความรู้สึกที่น่าเศร้าเหล่านั้น
ทุกครั้งที่ต้องออกไปเจอกับฝน ผมจะพยายามไม่มองสิ่งรอบข้าง
เพราะมันจะทำให้ผมยิ่งหดหู่คุณ2
เมื่อก่อนผมเคยมีความรู้สึกดีๆกับฝน
สมัยเด็กใครๆก็ชอบตากฝน ออกไปเล่นน้ำฝน ผมก็เช่นกัน
สมัยมัธยมปลาย ผมเคยมีเรื่องโรแมนติกที่ฝนเป็นส่วนประกอบหลัก
จนถึงวันนี้ผมก็ยังคงนึกถึงมันอย่างสม่ำเสมอ ผมนึกถึงฝนในวันนั้น (ไม่ใช่ฝนอย่างทุกวันนี้)
ในวันนั้นผมรู้สึกได้ว่าฝนโปรยลงมาเพื่อผม
ฝนสร้างความทรงจำดีๆให้ผมมากมาย..
อนิจจัง วันนี้จะเป็นเช่นดั่งเมื่อวานได้อย่างไร
ความแน่นอนไม่มีอยู่จริง
วันคืนเปลี่ยนไป ฤดูกาลเปลี่ยนแปลง
ผมก็เช่นกัน...
ความทรงจำของคุณเกี่ยวกับฝนเป็นอย่างไร ?
20 ตุลาคม 2551
สาวธนู
สาวธนู : หนึ่งในสาวที่ดูเหมือนเป็นพวกสวยเริดเชิดหยิ่ง เพราะทุกย่างก้าวของเธอจะดูสง่างาม สาวราศีนี้จะรู้จักการแต่งตัว แต่งหน้าให้ตัวเองดูดี ชอบเสื้อผ้า อาหารดีๆ เธอจึงขยันหาเงิน เพื่อแสวงหาสิ่งดีๆ ที่เธอต้องการ เป็นสาวที่มองโลกในแง่ดี คุณจะไม่ค่อยเห็นสาวราศีนี้อารมณ์เสียซักเท่าไหร่ แม้จะมีบ้าง แต่ก็น้อยเต็มที เธอเป็นสาวที่มีความมั่นใจ เธอจะไม่ตามแฟชั่นแบบสุดๆ เหมือนหนุ่มธนู แต่เธอจะชอบความเรียบง่ายแต่ดูดี เป็นสาวที่ชอบความตรงไปตรงมา ซื่อสัตย์ และจริงใจ แม้บางครั้งเธอจะดูเป็นสาวห้าวไปบ้างก็ตาม เป็นสาวที่รักอิสระ ไม่ชอบให้ใครมานั่งบงการ หรือสั่งเธอให้ทำโน่นทำนี่เป็นผู้หญิงที่ไม่ไร้สาระ แต่ถึงแม้จะดูเป็นสาวมั่น แต่บางครั้งเธอก็ซุ่มซ่ามเป็นเหมือนกัน เธอเป็นพวกชอบเล่นกีฬา และอย่าแปลกใจถ้าเธอจะมีเพื่อนผู้ชายมากกว่าเพื่อนผู้หญิง พวกชอบนินทาทำอะไรสาวราศีนี้ไม่ได้หรอก เพราะเธอไม่เคยใส่ใจเลย
คุณหนุ่มๆที่หวังขายขนมจีบสาวราศีนี้ คุณจะต้องทำให้เธอยอมรับเธอไม่ชอบผู้ชายอ่อนแอ แต่ชอบผู้ชาย ที่มีความเป็นตัวของตัวเอง คุณต้องพยายามยอมรับให้ได้ว่าเธอเป็นผู้หญิงที่พูดจาตรงไปตรงมา หวานไม่เป็น ถ้าคุณอยากได้สาวที่พูดจา จ๊ะจ๋า พี่คะ พี่ขาแล้วล่ะก็ คุณควรจะไปจีบสาวราศีอื่นมากกว่า เรื่องความรักสำหรับเธอไม่ใช่เรื่องที่ควรซีเรียส แต่สำหรับเรื่องแต่งงานเธอกลับมีความคิดว่า มันจะทำให้เธอหมดอิสรภาพเลยทีเดียว ถ้าคิดจะคบกับสาวราศีนี้ง่ายนิดเดียว แค่ตรงไปตรงมากับเธอ อย่าใช้เล่ห์เหลี่ยม แค่นี้เธอก็พร้อมจะคบหาสมาคมกับคุณแล้วล่ะ...
13 ตุลาคม 2551
29 กันยายน 2551
คำคน (เขียน)
25 กันยายน 2551
ทุ่งหญ้า ฟ้า ฝัน
ฉันปล่อยให้ตัวเองล่องลอยออกไป
ไกลแสนไกลจากที่ที่ฉันอยู่
เสแสร้งว่าตัวเองกำลังมีอิสระ"
"ในวันที่ฟ้าใสและเมฆขาวปุย
ฉันจินตนาการถึงก้อนเมฆเหล่านั่น
ฉันนำหัวใจเกาะไปกับก้อนเมฆ
ท่องไปกับจินตนาการ"
"ฉันกำลังฝันถึงทุ่งหญ้าเขียวขจี
ฉันนอนบนพรมสีเขียวผืนใหญ่
เพดานสีขาวกลายเป็นฟ้าสดใส
ปล่อยความคิดลอยไปตามสายลม"
"ฉันกำลังฟังเพลงโปรด
ความฝันฉันโลดแล่นอยู่ภายใน
ฉันปล่อยให้ฝันลอยไปไกล
ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ฉันตามไม่ทัน"
23 กันยายน 2551
Atonement

17 กันยายน 2551
คำคน
11 กันยายน 2551
Anyone else but you..
9 กันยายน 2551
มือปืนสาว Chapter V
วันที่ผมต้องเผชิญความจริง ความจริงมันน่ากลัว
คุณเข้าใจใช่มั้ย ?
ความจริงไม่ได้น่ากลัวไปเสียหมด แต่ก็ส่วนใหญ่เลยหล่ะสำหรับผม
ที่ความจริงคือความกลัว....
ฝันร้ายยังดีเสียกว่าความจริง !
เพราะฝันร้าย มันไม่ใช่ความจริง.. จริงมั้ยคุณ ?
ฮ่าๆๆๆ คุณอาจคิดว่าผมไม่ปกติ
แต่คุณรู้ใช่มั้ยว่าผมไม่ได้บ้า... ผมก็เหมือนคุณ !
เอาหล่ะ ผมพร้อมแล้ว...
วันนี้ผมจะเผชิญกับความจริง
และจะทิ้งมันให้เป็นเรื่องของเมื่อวาน...
ระหว่างพักเที่ยง
ผมขอเจอแม่มือปืนสาว 1 ต่อ 1
ผมอยากให้เธอรู้ ผมไม่สนว่าเธออยากรู้หรือไม่
ผมกำลังจะพูด กำลังจะพูดอยู่แล้ว
ปากผมกำลังอ้า เสียงผมกำลังจะเปล่ง
แต่เธอ แม่มือปืนสาว...
เธอ เธอพูดตัดหน้าผม
เธอทำให้แผนที่ผมวางไว้พัง
ความจริงที่ผมกำลังจะสู้กับมัน
เธอทำมันหนีไป !!
ประโยคที่เธอไล่ความจริงไป
เธอบอกว่า เธออกหักเสียแล้ว
เพราะเพื่อนรักผมมีคนที่ชอบอยู่แล้ว เขาปฏิเสธเธอ...
บอกผมที...
ถ้าเป็นคุณ คุณจะทำอย่างไร ?
ผมเพียงแค่อยากจะถอนตัวจากเรื่องน่าเวียนหัว..
แต่นี่อาจไม่ใช่เวลาที่เหมาสมใช่มั้ย ?
ไม่ ผมไม่ได้บอกเธอในวันนั้น...
แต่คืนนั้น เธอโทรหาผม..
เธอแค่อยากมีเพื่อนคุย แต่ผม..ไม่เคยคิดว่าเธอเป็นเพื่อนของผมเลย
และไม่คิดที่จะคิด !!
บางคนอาจเรียกมันว่าโอกาส
แต่ทำอย่างไรดี ผมไม่ใช่คนชอบฉวยโอกาสหน่ะซิ..
เธอกับผม เราคุยกันหลายชั่วโมง...
4 กันยายน 2551
จืดจาง
มนุษย์มีจิตใจ ความรู้สึก
มนุษย์มีเวลา ใช้ต่างกัน
มนุษย์มีกัน อยู่รวมกัน
วันต่อวัน
เดือนต่อเดือน
ปีต่อปี
สีจืดจาง
จำเป็นลืม
เคยเป็นหาย
สวยเป็นซังกะตาย
อะไรๆต่างจืดลง
นาฬิกาบอกเวลาไว้
มองยามใดมันก็บอกว่าปัจจุบัน
ความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธ
ทั้งโหดร้ายทั้งสวยงาม...
22 สิงหาคม 2551
ICU
และนับวัน มันยิ่งแคบลงเรื่อยๆ
มันไม่ได้เป็นเพราะฉันตัวใหญ่ขึ้น
แต่มีใครข้างนอกนั่น บีบอัดห้องนี้ให้เล็กลงอย่างช้าๆ
ไม่มีใครเห็นฉัน ไม่มีใครได้ยินเสียง
ฉันไม่ใช่สิ่งของ ฉันไม่ใช่สัตว์เลี้ยง
และไม่มีใครคิดถึงฉัน
ทุกคนมักคิดถึงแต่ตัวเอง ใช่ ฉันก็ด้วย....
ฉันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน
ฉันคิดว่าฉันไม่เคยขอ
ใครบางคนที่ยัดเยียดชีวิตให้
เขาจะรู้มั้ยว่าฉันไม่เคยอยากได้มัน...
ฉันเหนื่อยกับการมีลมหายใจ
เพียงแค่หายใจเข้า-ออก
สำหรับฉันมันชั่งยากขึ้นเรื่อยๆ
ใจฉันกำลังอยู่ในห้อง ICU...
แม้จะเหนื่อย
แต่การเลิกหายใจไม่ได้ง่ายขนาดนั้น
และในระหว่างที่หายใจ
มันชั่งทรมาน...
21 สิงหาคม 2551
มือปืนสาว IV
ดูน่าลอง อร่อยมั้ย ?
วันนี้ผม.. ผมมีเรื่องอดอั้นตันสมองหน่ะ
คุณพอจะมีเครื่องดื่มอะไรแนะนำผมได้บ้าง ผมอยากได้ที่ดื่มแล้วปลอดสมองหน่อย
โอเค งั้นผมจะสั่ง ไอซ์วนิลาลาเต้ แก้วยักษ์...
วันนี้ผมรู้สึกยังกะว่ามีคนเอากล่องใบใหญ่ยักษ์มาครอบผมไว้
ผมมองไม่เห็นอะไรเลย ไม่เห็นทางออก ไม่เห็นแม้แต่แสง ไม่ได้ยินแม้แต่เสียง
อย่างเดียวที่มีคือ ความรู้สึก...
ผมจมปรัก ผมไม่ขยับเขยื้อน ผมไม่คิด แต่ผมยังรู้สึก...
ผมรู้สึกว่า มือปืนสาวอยู่ข้างนอกนั่น เธอมองผมอยู่
เธอจับตาดูผม ผมรู้สึกได้...
ตอนนั้นผมเผลอหลับไป ผมตื่นมาอีกที ก็ได้เห็นว่าผมฟุบอยู่บนโต๊ะทำงานของตัวเอง
คุณว่ามันงี่เง่าใช่มั้ยหล่ะ ? แต่ผมว่ามันไม่ได้เป็นอย่างที่ผมเห็น
ผมว่ามันเป็นอย่างที่ผมรู้สึก...
ไอซ์วนิลาลาเต้ แก้วนี้ถูกใจผมจริงๆ
คุณมีรสนิยมใกล้เคียงกับผมมากนะ ฮ่าๆๆ.....
คุณรู้มั้ย นี่มันบ้าชัดๆ
ผมมาติดอยู่กับเรื่องยืดเยื้อนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
นี่ไม่ใช่ตัวผมเลย ผมปล่อยมันไว้อย่างนี้ทำไมกัน....
ผมรู้ว่าวิธีแก้เงื่อนที่ซับซ้อนนี้ ควรจะแก้ยังไง
แต่ผมไม่ทำ !! ผมอยากรู้ว่าผมจะเป็นอย่างไรต่อไป...
น้องครับ !! ขอ ไอซ์วนิลาลาเต้ อีกแก้ว....
7 สิงหาคม 2551
น้ำตาเปื้อนหมอน
ฉันร้องไห้
ทุกเช้ายามตื่นคุณทำอะไร
ฉันถอนหายใจ
ทุกครั้งที่เห็นดาวตกคุณอธิษฐานสิ่งใด
ฉันขอให้ร่างกายนี้จงดับศูนย์
ทุกครั้งเมื่อมีใครถามคุณว่าเป็นอย่างไร คุณตอบคำถามคนเหล่านั้นอย่างไร
ฉันตอบว่า สบายดี ถ้าคำถามเหล่านั้นหมายความถึงแต่เพียงร่างกาย
ทุกวันในยามเช้า สาย บ่าย และเย็น หรือแม้แต่ในยามค่ำคืน
ฉันกรีดร้องอยู่ภายใน เก็บกดอารมณ์ทุกสิ่งไว้ไม่ให้เผยออกมา
ฉันรู้ว่าการปลดปล่อยอาจไม่ช่วยอะไร หากแต่จะทำให้ใครอื่นเดือดร้อน
ผู้ซึ่งไม่เคยคิดถึงใครนอกจากตัวเอง ผู้ซึ่งรักฉันสุดหัวใจ
ทุกๆคืน ที่ฉันสาธยายความเจ็บปวด เศร้าโศก สิ่งที่เก็บไว้มาตลอดทั้งวัน
กล่องเก็บความเจ็บช้ำไม่เคยเพียงพอสำหรับฉันเลยในแต่ละวัน
ฉันไม่แน่ใจว่ากล่องฉันนั้นเล็กไป หรือความโศกเศร้านั้นมากเกินไปกันแน่
ฉันสาธยายและปลดปล่อยทุกสิ่งกับหมอนใบเดิมและผ้าห่มผืนเดิม
ฉันสารภาพทุกสิ่งที่เป็นตัวตน ให้กับสิ่งที่ไม่มีชีวิตรับรู้
ฉันรู้ว่าพวกมันจะไม่ทรยศฉัน ไม่เปิดเผยสิ่งที่ฉันซ่อนไว้
และคราบน้ำตาเปื้อนหมอน บอกกับฉันว่าความอดทนของฉันมีมากเพียงใด
อาจมีเพียงสิ่งนี้ที่ทำให้ฉันยังดำเนินชีวิตต่อไปโดยการยอมจำนน
4 สิงหาคม 2551
ตั้งแต่เมื่อไหร่
แม้มันไม่เคยหายไปไหน ไม่เคยย้ายที่
มีเพียงฉันเท่านั้นที่รู้ว่ามันมีอยู่ มันมีอยู่เพื่อฉัน
ที่พักพิง ได้นั่งคิด นั่งรอเธอ
แดดยามบ่ายส่องกระทบแจกัน
มีเพียงดอกไม้ปลอมและโต๊ะเป็นเพื่อน
และฉัน ซึ่งรับรู้การมีอยู่ของมัน
การรอ ทำให้ฉันได้ซึมซับบางสิ่ง ได้คิดในมุมกลับ
นานเท่าไหร่กันที่ฉันนั่งอยู่ตรงนี้
นานเท่าไหร่กันที่ฉันเอาแต่นั่งมองเธอ
ด้านหลังกับด้านหน้าของเธอ
ต่างกันเพียงไร ฉันไม่เคยรู้ ( ฉันอยากรู้ )
เมื่อไหร่กันที่เก้าอี้ตัวนี้เป็นเพื่อนกับฉัน
เมื่อไหร่กันเจ้าแจกันบอกฉันที
จะต้องใช้เวลาซักเท่าไหร่ ฉันจึงจะกล้า
จากอีกฟากถนนฉันไม่เคยรู้ ( ฉันอยากรู้ )
ทุกอย่างนี้เริ่มตั่งแต่เมื่อไหร่กัน
และเมื่อไหร่มันจะสิ้นสุด
อาจจนกว่าเก้าอี้จะพัง
หรือจนกว่าเธอจะไม่มาที่ถนนสายนี้
1 สิงหาคม 2551
Juno
ฉันเลือกที่จะดูหนังเรื่องนี้ไม่ได้เป็นเพราะว่า หนังเรื่องนี้ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์
แต่ที่สะดุดตา สะดุดมือให้หยิบขึ้นมาดู เป็นใบหน้าของนักแสดงนำของเรื่อง Ellen Page สาวหน้าใสวัยกระเตาะ เธอเคยรับบทนำในหนังเรื่อง Hard Candy เนื้อเรื่องเล่าถึงชายที่มีจิตวิปริตแบบปกปิด ชอบหลอกเด็กสาวไปร่วมรักและบังคับให้ถ่ายรูปเปลือย
หนังเรื่องนี้มีตัวละครที่แข็งแกร่งและบอบบางภายในตัวเดียวกัน ซึ่งเธอแสดงเป็นตัวละครดังกล่าวได้ถึงมาก
นั่นทำให้ฉันจดจำ Ellen Page ได้เป็นอย่างดี เมื่อตาฉันกวาดไปเจอหน้าเธอเข้าให้ก็ไม่รีรอบที่จะหยิบมาดู
และก็ไม่ผิดหวังกับการแสดงของเธอ ในบทเป็น Juno สาวพึ่งเข้าวัยรุ่นตั้งท้องกับเพื่อนร่วมวงดนตรีของเธอ เรื่องราวเล่าผ่านตัวละคร Juno เป็นหลัก เธอพยายามหาวิธีแก้ไขเรื่องราวที่เธอผูกขึ้นด้วยตัวของเธอเอง โดยที่พ่อเด็กไม่มีส่วนร่วมแม้แต่น้อย อาจจะมีส่วนร่วมอยู่บ้างก็ตรงที่พ่อเด็กยกปัญหาให้ Juno เป็นคนแก้ทั้งหมด ทางออกที่เธอพบนำเธอไปสู่ครอบครัวซึ่งต้องการจะมีลูกแต่ไม่สามารถมีได้ด้วยตัวเอง เธอคิดว่านี่คือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน ปัญหาของเธอจะหมดไปและครอบครัวนั้นจะได้รับของขวัญจากพระเจ้า แต่เรื่องราวและอารมณ์ของตัวละครที่กำลังตั้งท้อง ทำให้เกิดเรื่องผิดพลาดขึ้นนิดหน่อย ถึงฉากสุดท้ายเรื่องราวดำเนินไปอย่างธรรมชาติและจริง และน้ำตาฉันก็หยดจริง....
26 กรกฎาคม 2551
Real Girl
Artist : Mutya Buena
If I had one chance to
In my life again I wouldn't make no changes
Now or way back when (yeah)
And if everything turns out
The way I hope it goes
But I cant wait to find out
What it is that God knows
But I don't wanna think about
What's gonna come around for me
I'll just take it day by day
'Cause it's the only way
To be the best that I can be
I never pretend to be something I'm not
You get what you see, when you see what I've got
We live in the real world,
I'm just a real girl
I know exactly where I stand
And all I can do is be true to myself
I don't need permission from nobody else
'Cause this is the real world,
I'm not a little girl
I know exactly who I am
And nothing's ever perfect
There's no guarantee
And if I knew the answers
It would put my mind at ease (no)
So I'll just keep on going
The way I've gone so far
And maybe I'll end up
Tryin' to catch a fallin star (yeah)
Baby this is who I am
Don't need you to understand'
Cause everything is right where it should be
It wont be long til you know about me,
'Cause I don't give a...
Even when I'm out of love
'Cause everythings just how it should be
And it wont be long
till you know about me
And all I can do is be true to myself
I don't need permission from nobody else'
Cause this is the real world,
I'm not a little girl
I know exactly who I am
..................................................................
PS. How good to be 'Real girl' ?
How hard to be 'Real girl'?
I know exactly we live in the real world !
ครั้งแรก
ชั่ง
ตื่นเต้น
............
ไม่เคย
รู้สึก
มาก่อน
............
อยาก
มี
ครั้งต่อไป
...........
กลัว
กล้า
กลับ
...........
ไม่มี
1
ไม่มี2
...........
ครั้งแรก
สำคัญ
เสมอ
...........
23 กรกฎาคม 2551
มือปืนสาว ( NG 1 )
คุณหนาวรึป่าว ?
เวลาที่คุณหนาว คุณคิดถึงอะไร ?
ผมคิดถึง รอยกอด โอบกอดที่อบอุ่นจากคนรัก
คุณมีคนรักรึป่าว ?
ผมไม่มี ผมไม่เคยได้โอบกอดแห่งรักจากใคร..
นั่นคือ เหตุผลว่าทำไม ผมถึงเฝ้าคิดถึงโอบกอดที่แสนอบอุ่น..
ผมคิด หรือบางทีกอดแบบนั้นอาจจะไม่เคยเกิดขึ้นกับใครเลยก็ได้
บนดาวโลกนี้อาจไม่มีความอบอุ่น แบบที่ผมเฝ้าฝันถึง..
คราวนี้ ผมขอไม่เล่าเรื่อง แม่มือปืนสาวสักครั้ง
บางครั้งคนเราก็เพียงแค่อยากจะจมอยู่กับอดีต แม้อดีตมันจะเป็นมีดที่คมกริบคอยกรีดใจ
คนเราบางครั้งก็เลือดเย็นได้ถึงเพียงนี้ ทรมานตัวเองได้ถึงเพียงนี้..
วันนี้ฝนตกอีกแล้ว
คุณได้ดูพยากรณ์อากาศบ้างรึป่าว ?
บอกผมที เมื่อไหร่ฝนถึงจะหยุด..
ฝน ก็คล้ายกับ อดีต
บางครั้งอ่อนหวาน หอมหวน ชวนฝัน
บางครั้งกระหน่ำซัด เปียกปอน และเหน็บหนาว..
15 กรกฎาคม 2551
มือปืนสาว Chapter III
ผมกับคุณเจอกันมา 2 ครั้ง แล้ว คุณยังไม่รู้จักชื่อผมเลยหนิ
หรือคุณไม่อยากรู้จักผม ? ผมคงไม่ได้ทำให้คุณรังเกียจมากขนาดนั้นนะ ?
การรู้จักชื่อกัน ไม่ได้แปลว่า เรารู้จักกันหนิ จริงมั้ย ?
....................................
วันนั้นผมตื่นเช้าไปทำงานตามปกติ ไม่รู้ว่าอีก 5 นาทีข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น
อย่าว่าแต่ 5 นาทีเลย แค่นาทีเดียวผมก็ยังไม่รู้ นี่ผมไม่ได้โง่ ใช่มั้ย !!
วันนั้นผมพึ่งจะรู้ตัวว่า ผมไปเป็นฆาตกรยิงสาวคนนึงเข้า ผมรู้มาว่าเธอสาหัสเอาการ
โอ้ แม่เจ้า !! เรื่องมันชักจะวุ่นขึ้นเรื่อยๆ ผมจะทำอย่างไรดี ผมคิดในขณะนั้น
สาวที่ถูกผมยิงนั้น เป็นคนที่เพื่อนสนิทผมบอกกับผมว่า มันโดนสาวคนนี้ยิงเข้าเต็มเปาเลยหน่ะซิ !!!
ให้ตายเถอะ...ทำไมจะต้องเป็นผม ทำไม
ผมไม่อยากอยู่ในละครสุดโศกนี่เลยยยย เรื่องนี่จบไม่สวยแน่ๆ !!
ใครที่ชอบละคร จบสุข เรื่องราวจบสุข แนะนำให้เลิกอ่านตั้งแต่บรรทัดนี้เป็นต้นไป....
ห๊ะ ...ทำไมคุณชอบถามผมเรื่อยเลยว่า ผมรู้ได้ไง - -
อันที่จริงผมก็ยังไม่รู้หรอก ว่ามันจะจบยังไง
ก็แค่สันนิษฐาน ไม่มีอะไรมากกว่านั้น...
ตั้งแต่วันนั้นมา ผมก็ไม่เป็นตัวของตัวเองอีกต่อไป ก็ผมกลัวหน่ะซิ
กลัวว่าผมจะไปยิงเธอเข้าอีกหน ผมพยายามหลบ หลีก และวิธีต่างๆ ที่จะเผชิญหน้ากับเธอ
แต่ผมไม่รู้เลยว่า เรื่องราวมันจะยิ่งกระอักกระอ่วน อึดอัด หายใจไม่คล่องแบบนี้...
เฮ้อออ !! วันนี้อากาศร้อนมากนะคุณ
ผมขอสั่งกาแฟซักแก้วได้มั้ย แต่คุณจ่ายนะ !!
ผมรู้ว่าใจกว้าง !!
ในวันที่อากาศร้อนขนาดนี้ คุณคิดถึงอะไรบ้างรึป่าว ??
ผมคิด คิดถึงวันเก่าๆ วันที่ฝนตก ฝนที่ตกโปรยปราย ไม่มีเสียงฟ้าร้อง ไม่มีฟ้าแลบ
มีแต่ลมเย็นๆและฝนปรอยๆ....และเธอ !!
10 กรกฎาคม 2551
มือปืนสาว Chapter II
วันที่เธอกลายเป็นเหยื่อ เธอถูกยิงเข้าแล้ว
แต่ไม่ใช่จากฝีมือของผมหรอก
ผมรู้ตัว ผมคงไม่เก่งขนาดนั้น และไม่มีวันจะเป็นอย่างนั้นไปได้ ...
ผมรู้ได้ไงงั้นเหรอ ว่าเธอถูกยิง
ก็ดูจากสีหน้า แววตา และท่าทางของเธอน่ะซิ ถามได้ !!
ผมสวมบทบาทเป็นนักสืบชอบสอด และแอบวิเคราะห์สถานการณ์ขึ้นมาเองทั้งหมด..
คาดว่า ..มือปืนคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน มันเป็นคนที่ทำงานที่เดียวกับผมและเธอ
และที่สำคัญ...มือปืนนั่น มันเป็นเพื่อนสนิทผมเอง !!!!
แต่อย่าลืมหล่ะ มันเป็นแค่เรื่องที่ผมวิเคราะห์ขึ้นมาเองทั้งสิ้น....
อย่าพึ่งใจร้อน เวลาจะทำให้ความจริงทุกอย่างถูกเปิดเผย ...
นั่นอาจหมายถึง ตัวผมเองด้วยก็ได้ !!!
ผมเคยคิด ทุกวันที่ผมตื่นขึ้นมา ไม่มีอะไรที่จะดีขึ้น ทุกสิ่งมีแต่แย่ลง และสกปรกมากขึ้นเท่านั่น
และในวันนี้ ผมก็ยังคงคิดเช่นนั้น...
ยิ่งเราใช้เวลาอยู่บนโลกนี้มากขึ้น สิ้นเปลืองจิตใจไปกับสังคมที่เน่าเฟ๊ะ
เราก็จะยิ่งแปดเปื้อนมากขึ้นเท่านั้น
ไม่มีหรอก..ไม่มีใครที่จะสามารถต้านท้านและขจัดความโสมมออกไปได้หมด รึคุณจะเถียง ?
7 กรกฎาคม 2551
มือปืนสาว Chapter I
ผมถูกยิง โอ๊ย !! ตาผมคงต้องบอดแน่ๆ
เธอยิงเข้ามาที่ตาผม ทำไม ?
เธอยิงผม เพียงเพราะผมแอบมองเธอ....งั้นเหรอ ?
ปัง !! โอ๊ยย ยย !!
ผมโดนเข้าอีกนัดแล้ว นัดนี้ตรงกลางหัวใจของผมเป๊ะ ....
เธอชั่งใจร้ายและเลือดเย็นเหลือเกิน
โอ๊ยยยย ยย ย ยยยยย....
เธอกำลังทำให้ผมตาบอด และเธอก็กำลังฆ่าผมให้ตายอย่างช้าๆ
ผมเดาว่าเธอคงคิดว่ามันทรมานดี !!
................................................. !!!
นั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทุกอย่าง .....
( ผมเดาเอาว่ามันน่าจะเป็นเช่นนั้น!! )
ก่อนหน้านี้ผมเป็นยังไงงั้นเหรอ เหอะๆ..
มันก็ไม่ต่างอะไรกับตอนนี้มากนักหรอก อดีตมันไม่สำคัญ ...รึคุณว่าไง ?
....
โชคร้าย มือปืนสาวคนนั้น ดันทำงานที่เดียวกับผม
ใช่สิ..ผมคิดว่าเป็นโชคร้าย หรือเคยคิดกันนะ เรื่องมันผ่านมานานแล้ว
ผมก็จำไม่ค่อยได้เท่าไหร่ ขณะนี้ไม่ว่ามันจะเป็นโชคร้ายหรือดีก็ไม่สำคัญ ....
ก็อย่างที่ผมบอกคุณ อดีตมันไม่สำคัญ !!
เธอแอบลอบยิงผมทุกวัน วันละนัด บางวันก็หลายนัด แล้วแต่โอกาสจะอำนวย
ผมไม่กล้าที่จะตอบโต้หรือเอาคืน จากเธอ....เพราะผมกลัวว่า ผมจะ "แพ้เธอ" เข้า
ผมได้แต่เป็นเป้านิ่งให้เธอซ้อมยิงได้ทุกวัน..
อ่อ...มีครั้งหนึ่งที่ผมพยายามจะยิงเธอคืนบ้าง
แต่สงสัยเธอจะสวมเสื้อเกราะไว้ เธอจึงไม่เคยถูกผมยิงเลยซักนัด !!!
................................... ปัง ! ปัง ! ปัง !
4 กรกฎาคม 2551
โปรดเข้าใจ ( ฉันได้มั้ย )
ที่เคยทำผิดพลาดพลั้ง
บางสิ่งที่ฉันยังคงปิดบัง
เรื่องราวความหลังที่ไม่อยากบอกไป
บทเรียนที่ใครไม่อาจจะเข้าใจ
มันยากรู้มั้ยที่จะต้องเก็บมัน
แม้คืนวันที่ยังเปลี่ยนแปรผัน
ความลับนั้นกลับไม่เคยจางหาย
ฉันขอโทษและได้โปรดเข้าใจ
จะได้ไหม เพียงเท่านี้
ฉันรู้ดีว่ามันยาก แต่ได้โปรดเธออย่าถามอีกเลย
ความผิดที่ฉันไม่อาจให้เธอค้นเจอ
ได้โปรดเถอะเธอ อยากให้เข้าใจ...
มันอาจยากจนเกินที่เธอจะรับไหว
เมื่อถึงวันนั้น ฉันจะเข้าใจ
จะไม่รั้งเธอไว้ ให้เธอไปเจอะเจอกับใครที่ดีกว่า
แต่ได้โปรดเถอะเธอ ได้โปรดเข้าใจ
ฉันจะขอเธอได้ไหม แค่เพียงเชื่อใจฉันในวันนี้
ได้โปรดเถอะเธอ ได้โปรดเข้าใจ
เธอคนเดียวเท่านั้นรู้มั้ยที่จะ เข้าใจฉัน....
26 มิถุนายน 2551
Could you be my beautiful poetry ?
Are you in the sky ?
Are you in my eyes ?
Or you standing beside ?
Could someone help me find
the thing's in my mind
Could someone dont let me behind
and dont make me cry
Could you be my beautiful poetry ,
So I will read you all days and nights
Are you the brighten day's of me
Cause I'm deep in the darkness day without light
Are you the sunshine of my life
Cause I'm live with the coldness fight
Are you the dream when i fall asleep
Cause I'm wake up without sunrise
For long I still searching ,
Even in the sadness night
For long I still crying ,
hinding the sound deep inside
For now I still trying ,
hope that someday I will find the right
PS. My face is no sad but inside I am sad.
3 พฤษภาคม 2551
เป็ด
ผมชื่อเป็ด ผมอายุยี่สิบเอ็ดปี
พ่อผมเป็นคนเสม็ด ส่วนแม่ผมเป็นคนร้อยเอ็ด
แต่ดันไปเจอกันที่ปากเกร็ด ในร้านขายก๊วยเตี๋ยวเป็ดสูตรเด็ด
ผมชอบกินผัดเผ็ด และผมก็ชอบกินเห็ด แน่นอน! ผมชอบกินก๊วยเตี๋ยวเป็ดด้วย
ผมอยากมีแฟนชื่อโอเด็ด และมีลูกด้วยกันเจ็ดคน
ผมพึ่งเรียนจบจากคณะที่สอนผมเลี้ยงเป็ดและปลูกเห็ด
แม่บอกว่า "เป็ด หางานเฮ็ดเถอะลูก"
ผมคิดไม่ตกถึงงานที่อยากเฮ็ด
หันไปทางไหนผมก็เห็นแต่ก๊วยเตี๋ยวเป็ดสูตรเด็ดของพ่อ
อาทิตย์ก่อนผมไปเที่ยวที่ภูเก็ต กับเพื่อนๆอีกสิบเอ็ดคน
ผมนั่งกินก๊วยเตี๋ยวรสเด็ดอยู่ที่หน้าร้านขายของเบ็ดเตล็ด
หลังจากผมกินเสร็จ ก็เดินไปซื้อโปสการ์ดรูปปลาจาระเม็ดมาสิบเอ็ดใบ
คุณรู้แล้วก็อย่าเอ็ดไป เดี๋ยวใครๆจะหาว่าผมหมกเม็ด
หลังจากนั้นผมก็จัดการเขียนมันจนเสร็จ
ใบที่สิบเอ็ดผมเขียนถึงตัวเอง
พอกลับมาจากภูเก็ต ผมก็กลับบ้านที่อยู่ปากเกร็ด
เจอกับโปสการ์ดรูปปลาจาระเม็ดใบที่สิบเอ็ดของผม
ผมพลิกอ่านข้อความเด็ด ที่เขียนไว้หลังกินก๊วยเตี๋ยวเสร็จในวันนั้น
ผมนั่งอยู่หลังหม้อก๊วยเตี๋ยวเป็ด เห็นพ่อกำลังลวกลูกชิ้นเป็ดสูตรเด็ดบ้านผม
แม่เดินออกมาหลังจากล้างถ้วยเสร็จ ยิ้มให้เป็ดแล้วถาม
คิดยังว่าอยากเฮ็ดอะไร ผมตอบทันใจ
ก๊วยเตี๋ยวเป็ดสูตรเด็ดไงแม่
แม่ว่าอย่าพูดเล่น จะเฮ็ดก๊วยเตี๋ยวเป็ดได้จั่งได๋
ผมว่าเฮ็ดก๊วยเตี๋ยวเป็ดแล้วจะเป็นไร
พ่อแม่ก็ยังเฮ็ดมาได้จนวันนี้
แม่ว่างั้นก็แล้วแต่ลูกเป็ด จะเฮ็ดอันใดก็บ่ว่า
ถามพ่อเถอะลูกหล่า ว่าเห็นเป็นจั่งได๋
ผมพลิกอ่านโปสการ์ดรูปปลาจาระเม็ดครั้งที่เจ็ด
ข้อความเด็ดมีว่า "กูจะขายก๊วยเตี๋ยวเป็ดสูตรเด็ด"
ผมตัดสินใจครั้งที่สิบเอ็ด เดินออกไปบอกพ่อที่กำลังขายก๊วยเตี๋ยวเป็ด
ว่าอยากจะเฮ็ดก๊วยเตี๋ยวเป็ดอย่างพ่อ....
10 เมษายน 2551
Unperfect
Don't wanna be perfect
Stop asking me question
No matter who you are
What's the point of perfect
And what is perfect
Who the hell is perfect
Even God can't be perfect
I'm unashamed
And won't explain
Who the hell there for me
I just want to be here alone
I saw the flowers with the worms
and the gun shot with the birds
the world is burnt
By the people like us on this earth
What the shit you tell me
That i'm the best or worst
I won't clean up mind
Cuz it's still be
You can't beat me
You can't make me
Even the darkness is strike on me
I'm still be the same
Look at yourself ,honey
What are you differnce from me
For the ugly
That's all i had to say
8 เมษายน 2551
summer
ฤดูรัก
ไป
พักร้อน
.........
ฝนตก
ใน
หน้าร้อน
.........
อบอ้าว
ร้อนผ่าว
หนาวใจ
.........
ฤดูร้อน
ที่
หัวใจ
........
พับเสื้อ
กันหนาว
เข้าตู้
........
อากาศร้อน
เปิดแอร์
โลกร้อน
........
ทำไม
ต้อง
ร้อนตับแตก
.........
อยาก
ปะแป้ง
สาวสาว
........
ร้อน
หนาว
เท่ากัน
.......
เหงื่อไหล
เข้าปาก
เค็ม
........
7 เมษายน 2551
Summer Love (Delay)
เปล่งปลั่งอวดโฉม
กลิ่นหอมเร้าโลม
ชวนชมชื่นใจ
หน้าร้อนมาถึง
คำนึงหน้าหนาว
ความเหงาว่างเปล่า
เลือนลางจางหาย
อากาศร้อนแรง
หัวใจร้อนรุ่ม
ใครกันมาสุม
เชื้อไฟในใจฉัน
ความรักหน้าร้อน
โอนอ่อนตามลม
โศกเศร้าสุขสม
ขมหวานปานกัน
ยิ่งร้อนยิ่งแรง
ริษยาอารมณ์
ยิ่งร้อนยิ่งหลง
คารมแผดเผ่า
1 เมษายน 2551
I started a blog which nobody read
By Sprites
I started a blog, which nobody read
When I went to work I blogged there instead
I started a blog, which nobody viewed
It might be in cache, the topics include:
George Bush is an evil moron
What’s the story with revolving doors?
I’m in love with a girl who doesn’t know I exist
Nobody hates preppies anymore
I started a blog, but nobody came
No issues were raised, no comments were made
I started a blog, which nobody read
I’ll admit that it wasn’t that great
But if you must know, here’s what it said:
One hundred of my favorite albums
Two hundred people I can’t take
Four hundred movies I would like to recommend
Ten celebrities, four of whom I might assassinate
I started a blog, I sent you the link
I wanted the world (you) to know what I think
I started a blog, but when I read yours
It made me forget what I had started mine for ....
Go listen :
http://odeo.com/audio/1708649/view
30 มีนาคม 2551
Jigsaw
เธอคุ้นชินกับสี่แยกนี้ เพราะมันอยู่ตรงข้ามที่ทำงานของเธอ
เขามองออกมาที่สี่แยกไฟแดง
เขาคุ้นชินกับสี่แยกนี้ เพราะเขามีร้านขายปากกาที่หัวมุมสี่แยก
เธอเป็นพนักงานขายกาแฟ
อุปกรณ์เครื่องเขียนไม่จำเป็นสำหรับเธอ
เขาไม่ชอบกลิ่นและไม่ชอบดื่มกาแฟ
ร้านกาแฟไม่ใช่ที่ที่เขาจะไป
เธอยืนรอข้ามสี่แยกนี้ หันหลังให้ร้านขายปากกา
เพื่อไปทำงาน
เขายืนรอข้ามสี่แยกนี้ หันหลังให้ร้านกาแฟ
เพื่อไปเปิดร้าน
..................................................
เธอมีร้านซักแห้ง
เขาเป็นพนักงานออฟฟิศ
เส้นทางไปทำงานของเขาต้องผ่านร้านเธอทุกครั้ง
เธอมองเห็นเขาทุกครั้งที่เดินผ่าน
เธอเห็นเขาวันละ 2 ครั้ง
เขาเห็นร้านซักแห้งวันละ 2 ครั้ง
เสื้อเขาเปื้อนคราบกาแฟ
ร้านซักแห้งอยู่ตรงหน้าเขา
................................................
เธอเดินออกจากร้านกาแฟ
เขาเดินเข้าไปในร้านกาแฟ
เธอมองหากระเป๋าสตางค์
เธอเดินกลับเข้าไปในร้าน
เขอเจอกระเป๋าสตางค์
ฝากไว้ที่แคชเชียร์ แล้วเดินออกมา
เธอเดินกลับเข้าไปในร้านกาแฟ
เขาถือกาแฟและเดินออกมา
..................................................
28 มีนาคม 2551
Are you cold ?
หมู่ มวล พฤกษา ผลิบาน
ดอกไม้ ใบหญ้า ระราน
อ่อนหวาน คืบคลาน คลอคลึง
หนาว มา หนาว ไป ไว นัก
หนาว มา บางคน คำนึง
หวนคิด ตราตรึง ต่ำใจ
บางคน หนาว มา หวั่นไหว
เฝ้ารอ ถึง ใคร อีก คน
ลม หนาว ผ่าน มา และ ผ่าน ไป
พัด มา หวน ไป ใน บัดดล
หัวใจ ของ ใคร หลาย คน
อ่อนหวาน ขืนข่ม เข้าใจ..
หนาว ไม่ หนาว ต่างคน ต่างไป
หน้าหนาว น่าหนาว นั้นไซร้ ถูกต้อง
หนาวเหน็บ ภายนอก ถึง ใน
เย็นเยียบ ร่างกาย ทั่วไป
เย็นเฉียบ ถึง ใจ เย็นชา
หนาว มา หนาว ไป ใคร รู้
ทุกข์ มา สุข ไป ใคร สน
ต่างคน ต่างอยู่ ของตน
คละเคล้า ปะปน เปลี่ยนแปลง...
26 มีนาคม 2551
Everywhere
Performed by : Pink Martini
Album : Hey Eugene (2007)
Everywhere I go I know
Everywhere I go will glow
The sleepy summer sky
The lovers passing by
All the cities too
Make me think of you
Everywhere I go I see
A world designed for you and me
I always realise with every new sunrise
That you are with me everywhere
I've never ever known a love that lasted
Beyond the thrill of a first kiss
This love of ours has utterly surpassed it
And now my bliss is this
Every time I'm far from home
I am never quite alone
Whenever we're apart
You're always in my heart
For you are with me everywhere
Every time I'm far from home
I am never quite alone
Whenever we're apart
You're always in my heart
For you are with me everywhere
Go listen
http://www.faylicity.com/punch/everywhere.mp3
24 มีนาคม 2551
The pretender Ep.2
บทสนทนาคราวที่แล้วสนุกจริง
ทำให้ฉันรู้สึกคันมือคันติ่ง
จึงเปิดบทสนทนาครั้งนี้ เพื่อตอบสนองติ่งของตน..
เช้านี้อากาศเย็นเยียบเฉียบใจ
อุณหภูมิหมุนเวียนเปลี่ยนผัน
มันเหวี่ยงฉันจนเกือบตามไม่ทัน
ดั่งฝูงคนคละเคล้าเปลี่ยนแปลง..
บ่ายนี้ฉันยืนอยู่หน้ากระจก
ประจันหน้ากับความสกปรกที่เห็น
สิ่งที่ฉันมีหรือเป็น
ฉันถูกเขี่ยวเข็ญให้เป็นหรือไร ?
ฉันถามเจ้ากระจกเงาบานใหญ่
อยากรู้เจ้าของเจ้าเป็นอย่างไรกัน
กระจกบอกความสามารถข้าน้อยนิด
ข้าคงตอบคำถามเจ้าไม่ได้..
ฉันถามเอาเท่าที่เจ้าเห็นเป็นอย่างไร
กระจกเงาตอบไปตามจริง
เจ้านายข้าส่องกระจกทุกเช้า
แต่ไม่ทุกคราวที่คุยกับข้า...น้อยนิดหนักหนาที่ข้ารู้จัก
กระจกว่าบางคราวเขามองลึกไปในตา
สำรวจส่วนต่างๆในตัวตน
ทั้งหัวเราะโศกเศร้าปะปน
สิ่งที่เห็นเจ้านายข้าแค่คนธรรมดา..
โซ่ตรวนอันใดที่เจ้าถามข้า
ตามความไม่ประสาจะตอบไป
การดำเนินชีวิตเป็นอย่างไร
โซ่ตรวน..ก็ต่างไปตามแต่คน..
หยุดเถิด..ข้าโง่เขลา
คงตอบเจ้าได้เพียงแค่เท่านี้
คำถามจงหยุดไว้ที่นี่
มีเวลาอีกทีข้าจะตอบ..
กระจกบอก..ข้าถามอะไรเจ้าได้มั้ย
จะเป็นไรไปจงถามมา
เจ้าถามข้ามาเสียมากมาย
ในหมู่คนที่มากมาย..เจ้าเป็นอย่างไรบอกข้าที
สิ่งเร้าหลายขนาดแตกต่างหลาย
ท่ามกลางความโสมมที่มากมาย
เจ้าละอาย..เบื่อหน่าย..หรือรื่นเริง
จงส่องข้าแล้วตอบมาเถิดท่าน...ตัวตนนั้นเราต่างกันเพียงใด ?
20 มีนาคม 2551
อดทนอย่างอ่อนไหว
ห่างไกลกลับแนบชิด
***
เปิดปิดเพื่อเข้าออก
เมฆหมอกไร้ตัวตน
***
วังวนและแวะเวียน
คืนเปลี่ยนวันดังเดิม
***
เพิ่มเติมที่ขาดหาย
ความตายที่คงอยู่
***
เป็นกูคือหลอกลวง
ส่วนมึงไม่ต้องห่วง
***
กับดักกลลวงไร้พลัง
บดบังสิ่งสวยงาม
***
ติดตามความมืดมน
อับจนทางแก้ไข
***
เป็นไปคือมายา
ธาราไม่เคยไหล
***
สิ่งใดไม่เคยเกิด
ประเสริฐไม่เคยมี
***
ความดีถูกมอดไหม้
ความชั่วไซร้อยู่ยืนยง
***
ดำรงไร้จุดหมาย
ปลายทางคือความตาย
***
งมงายคือเข็มทิศ
ยาพิษคือรางวัล
***
คืนวันคือกับดัก
ความรักคือความทุกข์
***
ความสุขคือดับหาย
เดียวดายอยู่ยาวนาน
***
เหนือกาลคือปัจจุบัน
เหนือฝันคือความจริง
เหนือสรรพสิ่งคือไม่มี...!!
***
18 มีนาคม 2551
Short takes' Heart
ที่อยู่หลังซี่โครงฝั่งซ้ายซี่ที่สี่ อยู่ลึกภายใต้เสื้อที่เราใส่เพียงไม่กี่เซนติเมตร
ก้อนเนื้อนี้ภายในแบ่งออกเป็นสี่ห้องมีหน้าที่ที่แตกต่างกัน
แต่ทุกหน้าที่ต้องทำงานควบคู่กัน สัมพันธ์กัน เชื่อมโยงกัน
ถ้ามีห้องใดไฟดับหรือหยุดทำงานไป ห้องอื่นๆอีกสามห้องก็ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติอีกต่อไป
ก้อนเนื้อที่ว่าเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องในมนุษย์
ถ้าเครื่องในมันขาดไปซักชิ้นโดยเฉพาะไอ้ก้อนเนื้อชิ้นนี้
มนุษย์ก็คงไม่ได้เป็นมนุษย์ คนก็จะไม่ได้เป็นคนอีกต่อไป
ทำไมมันถึงสำคัญมากขนาดนั้นวะ?
ชั่งหัวมันเถอะ!!! ยังไงซะมันก็แค่ก้อนเนื้อที่เต้นตุบๆ ตับๆ ยุบๆ พองๆ อยู่ในตัวเรานี่แหละวะ!!
.........................
ไอ้สิ่งที่ร่ายยาวมานี้มันถูกเรียกโดยผู้คนทั่วไปว่า "หัวใจ"
ส่วนเรื่องที่ทำไมใครต่อใครก็เรียกมันว่า "หัวใจ"
ไม่ได้มีอะไรสละสำคัญมากมายนักหรอก
กะอีแค่คำสรรพนามที่ใครซักคนตั้งมันขึ้นมา..ก็แค่นั้นแหละ!!
............................
ขอบคุณ/ขอบใจ
ทุกคนที่ต้งใจเข้ามาอ่าน/ไม่ได้ตั้งใจเข้ามาอ่าน
บังเอิญหลงเข้ามา..หรือแม้แต่โดนบังคับเข้ามาก็ตามที!!
อีกทั้งมีเงินทองกองมากมาย/ทั้งมิวายความรักจักด้วยดี
****************
17 มีนาคม 2551
ระหว่างเหงา
ระหว่างฉัน
ระหว่างกัน คือ สองเรา
ระหว่างเธอ
ระหว่างเขา
ระหว่างเรา เหลือสิ่งใด
ระหว่างฟ้า
ระหว่างทะเล
ยังมีเมฆที่สดใส
ใจระหว่างใจ
เหลืออะไร บอกฉันที…
กายชิดติดกาย
ใจห่างกันแสนไกล
สิ่งที่ยึดร่างกายไว้
คือเยื่อใยและความผูกพันธ์…
วันนี้ เมื่อวาน ต่างกันที่ตรงไหน
เมื่อคืนวันที่เหงาใจ
ไม่มีใครให้สวมกอด…
ย่างกรายท่ามกลางสายแดด
จงแผดเผ่าความเหงาให้จางหาย
กลิ่นคาวคละคลุ้งทั่วทั้งกาย
หวังเพียงใครมาคลาย ความเหงาที…
16 มีนาคม 2551
Til death !!
เดือนดาวอยู่เดียวดาย
ข้ามปีความเศร้ามิคลาย
ความคิดและตัวตนติดอยู่กับความงมงาย
วนเวียนวังวนกับใจที่แตกสลาย
เรือนร่างสงบนิ่งดั่งตาย
ท่ามกลางผู้คนอีกมากมาย
ผ่านไปกลับมาชั่งวุ่นวาย
ทั้งตึกสูงต่ำที่เรียงราย
ดูเป็นระเบียบแต่ชั่งกระจัดกระจาย
ดั่งเช่นอวัยวะภายในกาย
คงอยู่แต่หล่นหาย
สุขสบายแต่ทุกข์ทน...
15 มีนาคม 2551
The pretender
คืนนี้ฉันคันมือคันนิ้ว
เมื่อคืนคุณเป็นอย่างไรกันบ้าง
เมื่อคืนของฉันว่างเสียจริง
สวัสดีทุกท่าน
ทุกตัวตนในฉันและเธอ
อีกทั้งเพื่อนคนเดียวของฉัน
ที่อยู่ในกระจกตรงหน้านั่นไง
สวัสดีอีกครั้ง
สวัสดีกับการนั่งฟังคุณพร่ำบ่น
กับคำพูดที่โสมม เน่าเฟ๊ะ
มันทำให้หน้าของฉันเหม็นหึ่ง..
คุณอาจคิดว่าฉันจะกล่าวสวัสดี
ใช่..ฉันกล่าวสวัสดี
ให้แก่หน้ากากอันหนักอึ้งของคุณ
คุณว่า..มันไม่หนักบ้างหรือ ?
เพื่อนเอ๋ย..สวัสดี
คืนนี้เธอดูผอมไปมาก
เธอคงไม่ชอบทำอะไรตามใจปาก
ผิดกับฉันที่อวบอัดขึ้นทุกวัน..ด้วยตามใจปาก
ขอบคุณกระจกตรงหน้า
ที่ทำให้เห็นความโสโครกอย่างแจ่มใส
ส่องไปถึงภายในที่หยาบหนา
ปกคลุมไปด้วยคำหยาบช้าโสมม..
เธอถูกเหวี่ยงไปกับโซ่ตรวน
ซึ่งหล่อหลอมรวมกับสิ่งชั่วร้าย
ดูเธอนั่นปะไร
หลงไปกับโซ่ตรวน..
สวัสดีวันพรุ่งนี้เช้า
ลาก่อนกระจกเงาใส
วันพรุ่งนี้ฉันต้องออกไป
เป็นคนเสแสร้งแกล้งไปกับ..โซ่ตรวน
14 มีนาคม 2551
Always looking out
แต่ฉันกลับสงสัยในคำกล่าวอ้างนั้น
ที่ฉันเห็นมองดูอยู่ทุกวัน
ไม่เห็นมันจะต่างกันที่ตรงไหน
เขาบอกให้สัมผัสรับรู้ที่จิตใจ
ใช่เพียงแค่นั่งจับเจ่าเฝ้ามองดู
หากอยากรู้ทุกวันแตกต่างกันอย่างไร
จงเดินก้าวข้ามผ่านความคิดของตนไป
แล้วจะเห็นเป็นวันใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิม...
ความจริงใช่ไม่อยากไปสัมผัส
แต่อุปสรรคขีดเส้นขัดขว้างไว้
ไหนจะเหล็กเป็นซี่กรงกักขังใจ
จึงทำให้จิตใจห่อเหี่ยวตาม
เขาบอกข้ออ้างที่กล่าวมานั่นปะไร
มันทำให้เสียงเรียกในจิตใจแผ่วเบาลง
เพียงแค่เหล็กไม่กี่ซี่ขังเจ้าไว้มัน
จะทำอะไรได้หนักหนา
ก็แค่หักซี่เหล็กแหกออกมา
ความเป็นจริงที่แตกต่างอยู่ข้างหน้านั่นยังไง...
เขาบอกอีกว่าเสียงข้างในจิตใจ
จงเชื่อและทำมันต่อไป ไม่ต้องกลัวสิ่งใด
เพียงแค่ทำอย่างใจที่ฉันต้องการแม้จะนานแค่ไหน
หรือสุดท้ายไม่ได้อะไรอย่างน้อยได้ทำดั่งใจทุกอย่างที่ฉันต้องการ....
Thank you : P.O.P




