12 ธันวาคม 2554

มหาสุมทรล้ำลึกสุดจิตนาการ

มหาสุมทรล้ำลึกสุดจิตนาการ กว้างใหญ่กว่ากำลังของฉันที่จะค้นได้ทั่วถึง
ฉันเป็นเพียงปลาตัวหนึ่ง แหวกว่ายอยู่ในมวลน้ำมหาศาล
ในวันที่ฟ้าโปร่งสดใส ฉันแหวกว่ายอย่างสบายใจและผ่อนคลาย
แต่บางครั้งในวันที่พายุถ้าโถม ฉันแหวกว่ายด้วยความกลัวและเหนื่อยล้า
มหาสมุทรทำให้ฉันอบอุ่นและบางครั้งก็ทำฉันเหน็บหนาวเจียนตาย
เวลาทั้งหมดของฉันอยู่ที่มหาสมุทรแห่งนี้ บางทีฉันเคยสงสัยว่าแม่น้ำเป็นเช่นไร
จะโกรธเกรี่ยวและอ่อนโยนอย่างมหาสมุทรหรือไม่
จะสงบนิ่งหรือแข็งกร้าวกว่ามหาสมุทรอย่างไร
น้ำจืดจะน่ารื่ยรมย์กว่าน้ำเค็มขนาดไหน ฉันได้แต่สงสัยในเรื่องราวเหล่านี้
ซักครั้งหนึ่ง ฉันอยากแหวกว่ายอยู่ในแม่น้ำกว้างใหญ่เพื่อที่จะเข้าใจมหาสมุทรมากขึ้น ...

17 พฤศจิกายน 2554

ทุกสิ่งคงยังสวยงาม

ต้นไม้คงยังเติบโต ดอกไม้คงยังเบ่งบาน
สายลมหนาวคงยังเวียนมาถึงอีกหน ลมร้อนก็เช่นกัน
บทเพลงคงยังไพเราะหวานซึ้ง
เสียงไวโอลินคงยังอบอุ่นเช่นเคย
กลิ่นกาแฟคงยังหอมกรุ่น หนังสือคงยังน่าค้นหา
หนังรักคงยังโรแมนติก รายการโทรทัศน์คงยังน่าสนใจ
สวนสาธารณะคงยังสดชื่น ไอศกรีมคงยังหวานชื่นใจ
ทุกสิ่งคงยังสวยงาม และเวลาคงยังเดินหน้าต่อได้
หากเพียงเธอไม่เปลี่ยนไป ยังอยู่ข้างกายฉันเช่นเคย
แต่โลกยังคงหมุนต่อไป และฉันยังคงหายใจด้วยความเจ็บปวด ...




16 พฤศจิกายน 2554

คำถาม

บางสิ่งเกิดขึ้นอย่างมีเหตุผล แต่ดับไปอย่างไร้เหตุผลสิ้นดี
เหตุผลมีจริงหรือไม่ ถูกหรือผิดวัดกันที่เหตุผลได้อย่างไร
สิ่งสมมุติที่เรียกว่าเวลา คุณค่าของมันคืออะไรกันแน่
ความสุขที่เรียกกลับคืนมาไม่ได้ และความเจ็บปวดที่คอยตอกย้ำเราอย่างนั้นหรือ
แล้วความเปล่ากลวงในใจของฉันตอนนี้มันคือการตกตะกอนหรือความซับซ้อนของความรู้สึกกันแน่
ไม่มีสิ่งใดที่เราจะสามารถแน่ใจหรือไว้เนื้อเชื่อใจในบุคคลใดได้เลยหรือ
หากเป็นเช่นนั้นฉันควรจะทำอย่างไรในวันที่ฉันตกหลุมรักใครเข้าอีกหน ...

2 ตุลาคม 2554

ความรู้สึกของเธอต่อฉัน

เวลาเป็นปัจจัยแห่งความสัมพันธ์สามารถบ่งชี้ความสำคัญระหว่างคนสองคนได้
วันๆฉันเอาแต่คิดถึงเธอ
วันๆเธอเอาแต่ทำงาน
วันๆฉันยิ่งไกลเธอออกไป
วันๆเธอยิ่งไม่สนใจฉันเสียเลย
บางวันฉันบอกให้พักผ่อนเธอก็บอกไม่
บางวันฉันชวนไปไหนเธอก็บอกอยากพักผ่อน
บางครั้งโทรไปเธอก็ไม่ว่าง
อีกครั้งโทรไปเธอมีให้สามนาที
หลายครั้งฉันน้อยใจในความห่างเหิน
แต่ทุกทีเธอตอบฉันด้วยความเฉยชา
สุดท้ายฉันคิดไปคิดมา
มันไม่เกี่ยวกับงานหรือเวลา
มันเกี่ยวกับความรู้สึกของเธอต่อฉันต่างหากคนดี ...

30 สิงหาคม 2554

เพียงผู้เดียวในหุบเหว

ฉันไม่รู้จริงๆ ฉันอยู่ที่ไหน
สถานที่นี้ชั่งมืดและหนาว
เพียงผู้เดียวในหุบเหว
ฉันเดินหลงทางฝ่าผ่านม่านหมอก
อากาศบางเบา ทำให้หายใจหอบถี่
ความทรงจำวิ่งตามความอึดอัดสูสี
เกิดอาการจุกอกและมวนท้องเฉียบพลัน
ก่อนจะจับความรู้สึกได้ทัน
น้ำตาก็เ่อ่อล้นรินไปเสียแล้ว ...

8 สิงหาคม 2554

กำแพงนี้ชั่งหนาและสูง

กำแพงนี้ชั่งหนาและสูง
ฉันเป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กที่มีถุงซึ่งเต็มไปด้วยความหวัง
ฉันจะข้ามผ่านกำแพงนี้ไปได้อย่างไรกัน

ฉันยืนคุยกับกำแพงมานานแสนนาน
ฉันสอดส่ายสายตาพยายามหารูเล็กๆหรือส่วนที่แตกร้าว
ฉันคิด กำแพงนี้จะไม่มีจุดเปราะบางเลยหรือ

กำแพงซึ่งผ่านกาลเวลายาวนาน
ทั้งพายุฝนและแดดกร้ากรำ
กำแพงยิ่งหนาขึ้นและสูงขึ้นไปอีก

เรี่ยวแรงฉันค่อยๆลดลงในขณะที่กำแพงดูดกลืนความหวังในถุงอย่างมูมมาม
ฉันมองกลับไปยังเส้นทางยาวไกลที่จากมา
ฉันอ่อนล้าเกินกว่าที่จะกลับไปเสียแล้ว


20 กรกฎาคม 2554

ฝนโปรยแผ่วเบา

ฝนโปรยแผ่วเบาทักทายฉัน น้ำฝนเย็นเฉียบแต่อ่อนหวาน
ก้อนเมฆมากมายปกคลุมสายแดด สัมผัสความชื้นแฉะทุกอณู
เวลาคล้ายหยุดนิ่งชั่วขณะ มีแต่ความรู้สึกรับรู้เท่านั้นที่วิ่งวน
ฉันหลบฝนโปรยใต้ต้นไม้ใหญ่ เฝ้ามองความเคลื่อนไหวของสรรพสิ่งที่ผ่านสายตา
ตระหนักถึงความว่างเปล่าที่มีอยู่จริง ในสมองเปล่ากลวง
ปล่อยเวลาเคลื่อนผ่านอย่างเอื่อยเฉื่อย ไม่เร่งเร้า
ในเสี้ยวขณะฉันรู้สึกเหงาเฉียบพลัน ฉันกำลังยืนกอดแขนตัวเอง
และนั่นคือตอนที่ใครบางคนเดินเข้ามา ...

9 พฤษภาคม 2554

" "

"



































































"
ความว่างเปล่าอันยืดยาวก็มีวันหมดอายุ

26 เมษายน 2554

เมื่อฉันพูดว่าใช่ เธอบอกว่าไม่

เมื่อฉันพูดว่าใช่ เธอบอกว่าไม่
เมื่อฉันเดินเข้าไปใกล้ เธอถอยออกไปหนึ่งก้าว
เมื่อฉันเริ่มเข้าใจ เธอกลับทำให้สับสน
เมื่อฉันถาม เธอปิดปากเงียบ
เมื่อฉันนิ่งไป เธอบอกทำไมไม่เข้าใจอะไรเลย

5 มีนาคม 2554

ฉันรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลง มันคืบคลานมาอย่างเชื่องช้าและเงียบเฉียบ
ฉันไม่ทันได้ตั้งใจเตรียมรับ แต่มันก็อยู่บนไหล่ของฉันแล้วขณะนี้
คำแนะนำมากมายพรั่งพรู และฉันคล้ายแก้วที่มีรูรั่ว
ทุกคำปลอบโยนถูกถ่ายออกจากแก้วอีกทางที่ไม่มีใครสังเกตุ
ฉันเข้าใจตรรกะของการเปลี่่ยนแปลง ฉันแค่ยังไม่อยากยอมรับมัน
ฉันยืนตัวแข็งต้านลมแรงที่เปลี่ยนทิศไปมา ฉันทนอยู่ตรงนั้น
ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันทำทำไม ฉันอาจต้องการพิสูจน์บางอย่าง
ฉันอาจเชื่ออย่างสุดใจว่านั้นคือสิ่งที่ฉันต้องการ หรือฉันแค่กำลังหลอกตัวเอง
ไม่อาจรู้ แค่ตอนนี้ นี่คือสิ่งที่ฉันทำได้
ก่อนนี้ฉันมีความสุข ต่อมาฉันมีความสุขมากขึ้น ตอนนี้ฉันเศร้าและเหงา
หากฉันแค่ปล่อยแล้วกลับไปเป็นก่อนนี้ ฉันอาจมีความสุข จะจริงมั้ยไม่รู้
เมื่อเราก้าวเดินออกมาแล้ว เผชิญบางสิ่งที่เปลี่ยนแปลงบางเสี้ยวในจิตใจ
แม้จะกลับไปจุดเดิมก็อาจไม่เป็นเหมือนเดิมก็ได้
บางสิ่งอาจก่อตัวใหญ่โตเพียงข้ามคืน
บางสิ่งทลายหดหายเพียงชั่วพริบตา
ฉันใช้ช่วงเวลาสั้นๆปรุงแต่งจินตนาการไกลแสนไกล
ฉันรักสิ่งซึ่งนามธรรมที่ฉันสร้างขึ้นมาเอง
วันนึงที่จินตนาการฉันมีชีวิต มันมีความคิดเป็นของตัวเอง
และมันไม่ใช่สมบัติของฉันอีกต่อไปแล้ว


25 กุมภาพันธ์ 2554

ฉันเคยมองโลกในแง่ดี
ฉันเป็นคนอ่อนไหว
ฉันเป็นคนไม่มั่นใจ
ฉันเป็นตัวของตัวเองที่ฉันเกลียด
ฉันอยากเปลี่ยนตัวเอง
ฉันไม่รู้วิธี
ฉันโง่
ฉันไม่เก่งเรื่องความสัมพันธ์
ฉันฝันถึงอิสระภาพ
ฉันคาดหวังในสิ่งที่ไม่สามารถเป็นจริง
ฉันอยากหนีไปไกลๆแต่ก็ไม่คิดว่าตัวเองจะสามารถทำได้
ฉันสมเพชตัวเองในขณะที่ฉันสงสารตัวเอง
ฉันอยากให้ซักคนเข้าใจฉันแต่ฉันก็ยังไม่เข้าใจตัวเอง


20 มกราคม 2554

2009


19 มกราคม 2554

run,run and run

What if i don't know anything,
and if i don't care anyone,
Could i just run away,
run,run and run

Even if my legs feel heavy
and the teary eyes
I will still run ,run and run
with my head up high

And if the tears dried,
but my eyes still blind,
all the pain that couldn't hide,
make my feeling so fragile

But i will still going,
run,run and run ...



17 มกราคม 2554

บางครั้งมนุษย์ก็ทำตัวแบบที่ตัวเองไม่ชอบ

บางครั้งมนุษย์ก็ทำตัวแบบที่ตัวเองไม่ชอบ
บางครั้งเราเกลียดพฤติกรรมตัวเองแต่ก็ไม่สามารถควบคุมหรือหยุดมันได้
หรืออารมณ์เป็นการแสดงตัวตนภายในของเราออกมาได้อย่างชัดเจน
ส่วนเหตุผลเป็นเพียงเปลือกรูปลักษณ์ที่เราพยายามสร้างขึ้นเพื่อให้สังคมยอมรับ
หากเราใช้อารมณ์เป็นตัวขับเคลื่อนหลักในการใช้ชีวิต
สังคมจะยอมรับได้หรือไม่
หรือแม้แต่ครอบครัว จะสามารถยอมรับเราได้หรือ
ผลลัพธ์จากการใช้อารมณ์ในการดำเนินชีวิตจะเป็นสิ่งที่เราพอใจจริงหรือเปล่า
แล้วในความเป็นจริงลึกๆ เราจะยอมรับตัวตนด้านอารมณ์ของเราเองได้หรือไม่