29 กันยายน 2551

คำคน (เขียน)

" อิสระ ไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนต้องการ แต่ความสุขต่างหากหล่ะเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ "
" บางครั้งการใช้สติในการดำเนินชีวิต ก็ไม่ได้ให้ความสุข "
Dorky Girl

25 กันยายน 2551

ทุ่งหญ้า ฟ้า ฝัน

"บางครั้งให้วันที่ฟ้าโปร่ง
ฉันปล่อยให้ตัวเองล่องลอยออกไป
ไกลแสนไกลจากที่ที่ฉันอยู่
เสแสร้งว่าตัวเองกำลังมีอิสระ"

"ในวันที่ฟ้าใสและเมฆขาวปุย
ฉันจินตนาการถึงก้อนเมฆเหล่านั่น
ฉันนำหัวใจเกาะไปกับก้อนเมฆ
ท่องไปกับจินตนาการ"

"ฉันกำลังฝันถึงทุ่งหญ้าเขียวขจี
ฉันนอนบนพรมสีเขียวผืนใหญ่
เพดานสีขาวกลายเป็นฟ้าสดใส
ปล่อยความคิดลอยไปตามสายลม"

"ฉันกำลังฟังเพลงโปรด
ความฝันฉันโลดแล่นอยู่ภายใน
ฉันปล่อยให้ฝันลอยไปไกล
ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ฉันตามไม่ทัน"

23 กันยายน 2551

Atonement


Atonement เรื่องราวของความรักต่างชนชั้น เรื่องนี้คงจะไม่มีอะไรแตกต่างจากหนังรักเรื่องอื่นๆมากนักถ้าไม่มีตัวละครอย่าง ไบรโอนี่ น้องสาวของ ซีซิเลีย ผู้ซึ่งทำให้ชีวิตของซีซิเลียและคนรักของหล่อนต้องพลิกผันและพลัดพรากจากกันเพียงเพราะคำโกหกที่เกิดจากจินตนาการของไบรโอนี่ ซีซิเลียเลือกที่จะออกจากครอบครัวที่มียศถาและทรัพย์สินมากมาย เพื่อที่จะตามหาและเฝ้ารอคนรัก เขาทั้งสองต้องทรมานกับการอดทนเฝ้าคอยเพื่อที่จะได้อยู่ด้วยกันอีกครั้ง ไบรโอนี่ใช้เวลาหลายปีจึงได้ค้นเจอความจริงที่ถูกจินตนาการของเธอเองขังไว้เมื่อนานมาแล้ว เธอพบว่าสิ่งที่เธอกล่าวได้ทำให้คนรักของพี่สาวทุกทรมานเพียงใดและพี่สาวของเธอเองต้องเจ็บปวดแค่ไหน เพียงเพราะคำพูดที่เธอคิดไปเองได้ทำให้ชีวิตและความรักของคนคู่หนึ่งกลายเป็นโศกนาตกรรมที่เธอไม่อาจลืมมัน และความผิดนี้จะไม่สามารถลบออกไปจากใจเธอได้ ในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตไบรโอนี่ สิ่งที่เธอจะทำได้เพื่อที่จะชดเชยให้กับพี่สาวของเธอ เป็นเพียงแค่การเขียนนิยายเล่มหนึ่งซึ่งตอนจบของเรื่องคือ เขาทั้งสองได้รักกันและอยู่ด้วยกันไปจนตราบนานเท่านาน
James Mcavoy ได้รับบทคนรักของซีซิเลียซึ่งถ่ายทอดอารมณ์ความเจ็บปวด โศกเศร้า ทุกทรมาน ออกมาได้อย่างดีเยี่ยม แถมยังหล่ออีกด้วย
เพลงประกอบหนังก็เยี่ยม แต่ละบทเพลงในแต่ละฉากประกอบกับนักแสดงที่เล่นสมบทบาททำให้แต่ละซีนที่ออกมาสมบูรณ์ ดูแล้วรู้สึกเชื่อในตัวละครและสถานการณ์ที่ดำเนินไปอย่างลึกซึ้ง ทำให้เกิดอารมณ์คล้อยตามได้อย่างไม่สะดุด
อีกคนที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ Joe Wright ผู้กำกับที่ถ่ายทอดเรื่องราวออกมาได้อย่างสวยงามทำให้หนังเรื่องนี้สมบูรณ์ Joe Wright เคยกำกับภาพยนตร์ที่สร้างมาจากนวนิยายเรื่อง Pride and Prejudice และถือได้ว่าประสบความสำเร็จ
ดูจากหนังเรื่องนี้แล้วคงจะต้องกลับไปดูเรื่อง Pride and Prejudice เสียแล้ว
สรุปหนังเรื่องนี้ ถ้าเป็นคนรักกาแฟหล่ะก็ต้องบอกว่าเปรียบได้กับ เอสเพรสโซ่ ดับเบิ้ลชอต เลยทีเดียว !!

17 กันยายน 2551

คำคน

"การมีความสุข ไม่ได้หมายถึงว่ามีเงินมากๆ
แต่หมายถึง การมีอิสระทางด้านความคิดและการกระทำ"
โดย คุณนฤทธิ์ คำธิศรี

11 กันยายน 2551

Anyone else but you..

By The Moldy Peaches.....
You're a part time lover and a full time friend
The monkey on you're back is the latest trend
I don't see what anyone can see, in anyone else
But you
Here is the church and here is the steeple
We sure are cute for two ugly people
I don't see what anyone can see, in anyone else
But you
We both have shiny happy fits of rage
I want more fans, you want more stage
I don't see what anyone can see, in anyone else
But you
You are always trying to keep it real
I'm in love with how you feel
I don't see what anyone can see, in anyone else
But you
I kiss you on the brain in the shadow of a train
I kiss you all starry eyed, my body's swinging from side to side
I don't see what anyone can see, in anyone else
But you
The pebbles forgive me, the trees forgive me
So why can't, you forgive me?
I don't see what anyone can see, in anyone else
But you
Du du du du du du dudu
Du du du du du du dudu
I don't see what anyone can see, in anyone else
But you
PS. Juno's Original Soundtrack

9 กันยายน 2551

มือปืนสาว Chapter V

และแล้ววันนี้ก็มาถึง
วันที่ผมต้องเผชิญความจริง ความจริงมันน่ากลัว
คุณเข้าใจใช่มั้ย ?

ความจริงไม่ได้น่ากลัวไปเสียหมด แต่ก็ส่วนใหญ่เลยหล่ะสำหรับผม
ที่ความจริงคือความกลัว....

ฝันร้ายยังดีเสียกว่าความจริง !
เพราะฝันร้าย มันไม่ใช่ความจริง.. จริงมั้ยคุณ ?
ฮ่าๆๆๆ คุณอาจคิดว่าผมไม่ปกติ
แต่คุณรู้ใช่มั้ยว่าผมไม่ได้บ้า... ผมก็เหมือนคุณ !

เอาหล่ะ ผมพร้อมแล้ว...

วันนี้ผมจะเผชิญกับความจริง
และจะทิ้งมันให้เป็นเรื่องของเมื่อวาน...

ระหว่างพักเที่ยง
ผมขอเจอแม่มือปืนสาว 1 ต่อ 1
ผมอยากให้เธอรู้ ผมไม่สนว่าเธออยากรู้หรือไม่
ผมกำลังจะพูด กำลังจะพูดอยู่แล้ว
ปากผมกำลังอ้า เสียงผมกำลังจะเปล่ง

แต่เธอ แม่มือปืนสาว...
เธอ เธอพูดตัดหน้าผม
เธอทำให้แผนที่ผมวางไว้พัง
ความจริงที่ผมกำลังจะสู้กับมัน
เธอทำมันหนีไป !!

ประโยคที่เธอไล่ความจริงไป
เธอบอกว่า เธออกหักเสียแล้ว
เพราะเพื่อนรักผมมีคนที่ชอบอยู่แล้ว เขาปฏิเสธเธอ...

บอกผมที...
ถ้าเป็นคุณ คุณจะทำอย่างไร ?
ผมเพียงแค่อยากจะถอนตัวจากเรื่องน่าเวียนหัว..
แต่นี่อาจไม่ใช่เวลาที่เหมาสมใช่มั้ย ?

ไม่ ผมไม่ได้บอกเธอในวันนั้น...
แต่คืนนั้น เธอโทรหาผม..
เธอแค่อยากมีเพื่อนคุย แต่ผม..ไม่เคยคิดว่าเธอเป็นเพื่อนของผมเลย
และไม่คิดที่จะคิด !!

บางคนอาจเรียกมันว่าโอกาส
แต่ทำอย่างไรดี ผมไม่ใช่คนชอบฉวยโอกาสหน่ะซิ..

เธอกับผม เราคุยกันหลายชั่วโมง...

4 กันยายน 2551

จืดจาง

มนุษย์มีชีวิต เคลื่อนไหว
มนุษย์มีจิตใจ ความรู้สึก
มนุษย์มีเวลา ใช้ต่างกัน
มนุษย์มีกัน อยู่รวมกัน

วันต่อวัน
เดือนต่อเดือน
ปีต่อปี
สีจืดจาง

จำเป็นลืม
เคยเป็นหาย
สวยเป็นซังกะตาย
อะไรๆต่างจืดลง

นาฬิกาบอกเวลาไว้
มองยามใดมันก็บอกว่าปัจจุบัน
ความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธ
ทั้งโหดร้ายทั้งสวยงาม...