ขอกล่าวสวัสดีต่อผู้มีจิตศรัทธาต่อความฝันน้อยๆของบุคคลสามัญคนหนึ่ง
เรารู้สึกเป็นเกียรติที่คุณตัดสินใจซื้อหนังสือทำมือซึ่งถ่ายทอดมาจากประสบการณ์ทางความคิดและจิตใจของผู้เขียน
เราขอบคุณที่คุณช่วยสนับสนุนความฝันของเรา
หากไม่รังเกียจ หากคุณอยากตำหนิหรือกล่าวชมหนังสือทำมือของเรา
สามารถส่งข้อความหรือจดหมายมาได้ที่ inzine_out@hotmail.com
หรืออยากพูดคุยกันประโยคต่อประโยคก็แอดเอ็มเอสเอ็นมาได้เลยค่ะ
"Reality can destroy the dream;why shouldn't the dream destroy reality?"
-George Moore-
17 กุมภาพันธ์ 2552
2 กุมภาพันธ์ 2552
บทสาธยายซ้ำซาก
มวลอากาศที่ลอยอบอวลยามเช้าในห้องนอน
กับแสงแดดอ่อนๆที่ลอดผ่านช่องว่างของผ้าม่านสีครีมลายดอก
เสียงโทรทัศน์ที่ดังมาจากชั้นล่างเป็นเสียงผู้ประกาศข่าวกำลังทำหน้าที่ของตน
ฉันลืมตาซึมซับแสงอ่อนๆยามเช้า สูดอากาศเพื่อรับรู้ถึงวันใหม่
ฟังเสียงสนธนาเบาๆที่ลอดผ่านช่องประตูห้องนอน
และตระหนักถึงความซ้ำซากจำเจของตัวเอง
กิจกรรมที่ปฏิบัติเช่นเดิมอยู่ทุกวันบีบรัดจนฉันรู้สึกอึดอัดขึ้นเรื่อยๆ
ฉันพยายามปรับทัศนคติให้เข้ากับชีวิตประจำวันที่เป็นอยู่
พยายามหาข้ออ้างให้กับตัวเองเพื่อที่จะได้รู้สึกดีขึ้นบ้าง
ฉันรู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังเปลี่ยนไป ฉันตระหนักได้ว่าตัวฉันไม่ใช่คนเดิมอีกแล้ว
ความเป็นตัวตน เอกลักษณ์ทางความคิดและจิตใจแตกต่างจากเมื่อก่อนมากนัก
ฉันไม่รู้ว่าจะสามารถเรียกฉันคนเดิมกลับมาได้รึเปล่า มันคงไม่สำคัญเท่าไหร่นัก
และอันที่จริงฉันคิดว่าเราทุกคนก็ไม่สามารถที่จะกลับไปเป็นคนเดิมได้
ชีวิตใครกันเล่าที่จะสามารถถอยหลังกลับไปเป็นเช่นวันเก่า
อย่างน้อยก็ทางความคิดซึ่งไม่มีวันเหมือนเดิม
ชีวิตของฉันคนเดิมก็ไม่ได้ดีเด่อะไร
แต่ชีวิตที่กำลังดำรงอยู่นั้นเข้าขั้นว่าต้องใช้ความอดทนอย่างมาก
ในบางครั้งฉันคิดว่าฉันกำลังก้าวเดินไปข้างหน้า
แต่ต่อมากลับพบว่าฉันยังยืนอยู่ที่เดิม
แน่นอนว่าทุกวินาทีกำลังเปลี่ยนแปลงบางสิ่ง
ฉันก็หวังว่าชีวิตฉันกำลังเปลี่ยนแปลง
อย่างน้อยความคิดของฉัน ณ ห้วงเวลานี้ก็ได้เปลี่ยนไปแล้ว
กับแสงแดดอ่อนๆที่ลอดผ่านช่องว่างของผ้าม่านสีครีมลายดอก
เสียงโทรทัศน์ที่ดังมาจากชั้นล่างเป็นเสียงผู้ประกาศข่าวกำลังทำหน้าที่ของตน
ฉันลืมตาซึมซับแสงอ่อนๆยามเช้า สูดอากาศเพื่อรับรู้ถึงวันใหม่
ฟังเสียงสนธนาเบาๆที่ลอดผ่านช่องประตูห้องนอน
และตระหนักถึงความซ้ำซากจำเจของตัวเอง
กิจกรรมที่ปฏิบัติเช่นเดิมอยู่ทุกวันบีบรัดจนฉันรู้สึกอึดอัดขึ้นเรื่อยๆ
ฉันพยายามปรับทัศนคติให้เข้ากับชีวิตประจำวันที่เป็นอยู่
พยายามหาข้ออ้างให้กับตัวเองเพื่อที่จะได้รู้สึกดีขึ้นบ้าง
ฉันรู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังเปลี่ยนไป ฉันตระหนักได้ว่าตัวฉันไม่ใช่คนเดิมอีกแล้ว
ความเป็นตัวตน เอกลักษณ์ทางความคิดและจิตใจแตกต่างจากเมื่อก่อนมากนัก
ฉันไม่รู้ว่าจะสามารถเรียกฉันคนเดิมกลับมาได้รึเปล่า มันคงไม่สำคัญเท่าไหร่นัก
และอันที่จริงฉันคิดว่าเราทุกคนก็ไม่สามารถที่จะกลับไปเป็นคนเดิมได้
ชีวิตใครกันเล่าที่จะสามารถถอยหลังกลับไปเป็นเช่นวันเก่า
อย่างน้อยก็ทางความคิดซึ่งไม่มีวันเหมือนเดิม
ชีวิตของฉันคนเดิมก็ไม่ได้ดีเด่อะไร
แต่ชีวิตที่กำลังดำรงอยู่นั้นเข้าขั้นว่าต้องใช้ความอดทนอย่างมาก
ในบางครั้งฉันคิดว่าฉันกำลังก้าวเดินไปข้างหน้า
แต่ต่อมากลับพบว่าฉันยังยืนอยู่ที่เดิม
แน่นอนว่าทุกวินาทีกำลังเปลี่ยนแปลงบางสิ่ง
ฉันก็หวังว่าชีวิตฉันกำลังเปลี่ยนแปลง
อย่างน้อยความคิดของฉัน ณ ห้วงเวลานี้ก็ได้เปลี่ยนไปแล้ว
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)